แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - ก็มาดิ้

หน้า: [1] 2
1
ที่เที่ยวสไตล์จีน กลิ่นอายแดนมังกร ต้อนรับเทศกาลตรุษจีน 2562


เที่ยวเมืองไทยเหมือนไปเมืองจีน ต้อนรับเทศกาลตรุษจีน 2562 ทั้งวัดจีน บ้านโบราณ คอมมูนิตี้มอลล์แบบจีน ได้กลิ่นอายของแดนมังกรอย่างแท้จริง โดยที่ไม่ต้องเสียตังค์ค่าเครื่องบินบินไปถึงถิ่น จะมีที่ไหนน่าไปบ้างเลื่อนดูกันเลยค่ะ

1. ล้ง 1919
คลองสาน, กรุงเทพฯ



ล้ง 1919 ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิง heritage ที่บอกเล่าประวัติศาสตร์ไทยจีน ผ่านจิตรกรรมฝาผนัง และอาคารสถาปัตยกรรมแบบจีนโบราณ มีศาลเจ้าแม่หม่าโจ้วที่ชาวจีนแผ่นดินใหญ่นับถือ มักขอพรให้ประสบความสำเร็จและปลอดภัยในการเดินทาง พร้อม ๆ กับมีพื้นที่ชิลเอาท์ริมน้ำให้นักท่องเที่ยวได้มาพักผ่อน ลานกิจกรรมกลางแจ้ง อาคารจัดอีเวนท์  Co-Working Space ไปจนถึงคาเฟ่ และร้านอาหารอีกด้วย

2. โซวเฮงไถ่
ตลาดน้อย, กรุงเทพฯ



โซวเฮงไถ่ เป็นคฤหาสน์อายุกว่า 200 ปี ที่สร้างแบบสี่เรือนล้อมลาน สถาปัตยกรรมแบบฮกเกี้ยนแต้จิ๋ว ที่นอกจากสะท้อนความมั่งคั่งตามแบบคหบดีในสมัยนั้นแล้ว ยังเป็นการออกแบบที่คำนึงถึงการใช้สอย ส่งเสริมให้เกิดความสามัคคีกลมเกลียวกันในครอบครัวใหญ่แบบฉบับครอบครัวจีน ปัจจุบันโซวเฮงไถ่ เปิดเป็นโรงเรียนสอนดำน้ำ และคาเฟ่เล็ก ๆ ที่ให้บริการแก่บุคคลทั่วไป ยามบ่ายแดดร่มลมตกมานั่งจิบกาแฟชิลล์ ๆ ซึมซับบรรยากาศและความงดงามในแบบจีนก็เป็นไอเดียที่ดีไม่น้อย

3. วัดจีจินเกาะ
คลองสาน, กรุงเทพฯ



ถ้าใครเคยนั่งเรือด่วนเจ้าพระยา จากท่าสาธรขาขึ้น คงจะสังเกตเห็นเจดีย์จีนสูง 9 ชั้น ตระหง่านริมแม่น้ำเจ้าพระยา (ฝั่งคลองสาน) ซึ่งนั่นก็คือ “พระมหาธาตุเจดีย์ พระจอมธาตรีไทยจีนเฉลิม” สัญลักษณ์หนึ่งของวัดจีจินเถาะ วัดจีนเก่าแก่ ที่มีการสร้างเทววิหาร แบบพุทธศิลป์ประยุกต์ระหว่าง ไทย-จีน-ทิเบต รวมถึงสิ่งปลูกสร้างอื่น ๆ ตามหลักฮวงจุ้ย นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ อย่าง พระสังกัจจายน์ เหล่าบูรพาจารย์ในลัทธิเต๋า พระอรหันต์จี้กง พระโพธิสัตว์กวนอิม ฯลฯ ได้ทุกวัน ตั้งแต่ 08.00-16.30 น.



4. เยาวราช, กรุงเทพฯ



ได้รับขนานนามว่าเป็น “ถนนมังกร” โดยมีจุดเริ่มต้นของหัวมังกรที่ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา บริเวณวงเวียนโอเดียน ท้องมังกรอยู่ที่บริเวณตลาดเก่าเยาวราช และสิ้นสุดปลายหางมังกรที่บริเวณปลายสุดของถนน มีชุมชนชาวจีนอาศัยอยู่หลายครัวเรือน เรียกว่าใหญ่ที่สุดในเมืองไทยเลยก็ว่าได้

สองฟากฝั่งถนนเต็มไปด้วยอาหารหลากหลายชนิดวางขายเรียงรายเป็นแนวยาว มีทั้ง หูฉลาม ซุปรังนก ก๋วยเตี๋ยวเซี่ยงไฮ้ บะหมี่ ก๋วยจั๊บ แพะตุ๋น  ยาจีน เกาเหลาเครื่องในหมู ข้าวขาหมู อาหารทะเล เกาลัดคั่ว  ของหวาน และ ผลไม้หลากชนิด เลือกนั่งได้ทั้งแบบภัตตาคาร ร้านริมถนน หรือจะซื้อจากรถเข็นก็ไม่ว่ากัน รวมถึงเป็นย่านธุรกิจการค้า การเงิน ธนาคาร ร้านทอง ฯลฯ อีกด้วย ซึ่งบรรยากาศจะคึกคักมากเป็นพิเศษ เมื่อถึงช่วงเทศกาลสำคัญอย่าง ตรุษจีน สาร์ทจีน กินเจ ลูกหลานชาวจีนจะออกมาจับจ่ายซื้อของจำนวนมาก

5. วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์
(วัดเล่งเน่ยยี่ 2), จ.นนทบุรี



วัดบรมราชากาญจนาภิเศกอนุสรณ์ หรือ เล่งเน่ยยี่ 2 โดดเด่นด้วยรูปแบบสถาปัตยกรรมไทยจีนที่สวยงามอลังการ คล้ายคลึงกับพระราชวังต้องห้ามของกรุงปักกิ่ง ผู้คนนิยมมากราบไหว้ ขอพร ต่อองค์ทวยเทพ เจ้าแม่กวนอิม ตลอดจนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ ในวัด รวมถึงเสริมดวงชะตา และแก้ปีชงด้วย

6. ไชน่าทาวน์ศาลายา จ.นครปฐม



ไชน่าทาวน์ศาลายา เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งคอมมูนิตี้มอลล์ที่โดดเด่นทางด้านสถาปัตยกรรมจีน สร้างโดยอิงตามหลักฮวงจุ้ยทุกประการ โดยไฮไลต์เริ่มตั้งแต่ซุ้มประตูจีนทางเข้าขนาบด้วยสิงห์คู่ ซึ่งเป็นสัตว์มงคลช่วยเรียกโชคลาภ ความเจริญรุ่งเรือง อยู่เย็นเป็นสุข, สะพานต่ออายุ ที่ถอดแบบจาก Repulse Bay ฮ่องกง ตามความเชื่อที่ว่าการข้ามสะพาน 1 ครั้งเท่ากับต่ออายุได้ 3 วัน และ  ลานน้ำพุปลามังกรทอง ที่นำเหรียญจีนโบราณ 5 เหรียญมาจัดตั้งไว้เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้มาอธิษฐานขอโชคลาภ ส่วนด้านในโครงการมีร้านค้า มินิมาร์ท ร้านอาหาร ร้านเบเกอร์รี่ให้บริการ



7. อุทยานมังกรสวรรค์ จ. สุพรรณบุรี



พิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร หรือ อุทยานมังกรสวรรค์  สร้างขึ้นในบริเวณศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรี โดยนำเสนอเรื่องราวประวัติศาสตร์ของอารยธรรมจีนที่ยาวนานถึง 5,000 ปี เรียงตามลำดับราชวงศ์จีน เริ่มตั้งแต่เหยียนตี้ ยุคเซี่ย ซาง อันถือเป็นยุคปฐมกษัติย์ ราชวงศ์โจว ราชวงศ์ฉิน ราชวงศ์ฮั่น ยุคสามก๊ก ราชวงศ์สุย ราชวงศ์ถัง ราชวงศ์ซ่ง ราชวงศ์หมิง ถึงราชวงศ์ชิงซึ่งเป็นราชวงศ์สุดท้าย สมัยเปลี่ยนแปลงการปกครอง และแสดงประวัติความเป็นมาของพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีนในประเทศไทย



ข้าง ๆ กันจะเป็นหมู่บ้านมังกรสวรรค์ ออกแนวหมู่บ้านโบราณสไตล์จีน ๆ ที่จำลองมาจากเมืองเก่าลี่เจียง ประเทศจีน ซึ่งสวยงามจนได้รับแต่งตั้งให้เป็นเมืองมรดกโลก ด้านในมีร้านค้า ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก โรงหนัง โรงนวด โรงเตี๊ยม และยังขึ้นไปชมวิวได้ 360 องศา บนหอคอยชมวิว ที่จะได้เห็นทิวทัศน์โดยรอบของอุทยานมังกรสวรรค์

8. วิหารเทพสถิตพระกิติเฉลิม จ.ชลบุรี



หรือศาลเจ้าหน่าจาซาไท้จื้อ เป็นศาลเจ้าจีนที่ก่อสร้างอย่างสวยงามใหญ่โต มีทั้งหมด 4 ชั้น ภายในงดงามด้วยสถาปัตยกรรมแบบจีน จุดเด่นด้านศิลปวัตถุที่สำคัญ ได้แก่ รูปปั้นมังกร ซึ่งมีมากถึง 2,840 ตัว กระถางธูปศักดิ์สิทธิ์ เสาฟ้าดิน นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ที่มีองค์ไท้ส่วยเอี้ย (ดาวเทพคุ้มครองดวงชะตาประจำปีเกิดของมวลมนุษย์) ครบ 60 องค์ ให้ผู้มาเยือนได้ขอพรตรงตามปีเกิด วิหารนี้ ตั้งอยู่ริมเส้นทางเลียบชายทะเลจากอ่างศิลาไปเขาสามมุข

9. สวนหินผางาม จ.เลย



สวนหินผางาม หรือ คุนหมิงเมืองเลย แนวผาหินปูนสูงใหญ่แลดูเป็นสง่า ทอดตัวเป็นแนวยาว โดดเด่นท่ามกลางทุ่งหญ้าเขียวขจี ภายในมีเส้นทางเดินสลับซับซ้อน บางช่วงดูลึกลับตื่นเต้นคล้ายกับผจญภัยอยู่ในเขาวงกต บางช่วงต้องปีนป่ายเพิงหิน หรืออาจต้องมุดลอดโพรงถ้ำ นอกจากนี้ตลอดเส้นทางยังมีโอกาสพบเห็นต้นไม้หายาก และต้นไม้ยักษ์ อย่างปรงเขาที่มีอายุหลายร้อยปี

10. เขื่อนรัชชประภา จ.สุราษฏร์ธานี



เขื่อนรัชชประภา หรือ เขื่อนเชี่ยวหลาน ลักษณะเป็นภูเขาหินปูนที่ยอดเขาตั้งฉากกับผืนน้ำสีเขียวมรกต รายล้อมด้วยทัศนียภาพอันงดงาม จนได้รับฉายาว่า“กุ้ยหลินเมืองไทย” ซึ่งการมาเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับมันคงให้ความรู้สึกถึงธรรมชาติที่ไม่สมบูรณ์ เหมือนกินลอดช่องไม่ใส่กะทิ ดังนั้นการได้พักค้างคืนที่นี่ ดูจะเป็นอะไรที่สมเหตุสมผลของการมาพักผ่อนแบบเต็มที่อย่างที่สุด

11. หมู่บ้านสันติชล จ.แม่ฮ่องสอน



หมู่บ้านสันติชล หรือ ศูนย์วัฒนธรรมจีนยูนนาน เป็นชุมชนที่นำเอาเอกลักษณ์ วัฒนธรรมของชาวจีนยูนนาน มาเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยว ท่านจะได้ชมบ้านดิน สนุกสนานไปกับการละเล่นโล้ชิงช้า ชิมชาชั้นเลิศ ลิ้มรสอาหารยูนนานแสนอร่อย พร้อมสัมผัสบรรยากาศอันงดงาม เหมาะกับการถ่ายรูปเป็นที่สุด คุณจะรู้สึกได้ว่านี่ฉันอยู่เมืองไทยหรือนี่ ?? หมู่บ้านสันติชล ตั้งอยู่ตำบลเวียงใต้ ห่างจากตัวอำเภอปายประมาณ 4.5 กิโลเมตร

12. ลีไวน์รักไทย จ.แม่ฮ่องสอน



ลีไวน์รักไทย รีสอร์ท จำลองมาจากหมู่บ้านในมณฑลยูนาน ประเทศจีน หากคุณมาถึง อาจลืมไปว่านี่คือประเทศไทย เพราะมันเหมือนถอดแบบมาจากประเทศจีนจริง ๆ อากาศก็แสนบริสุทธิ์ ยิ่งอยู่ท่ามกลางไร่ชาด้วยแล้ว ทำให้ดูอินขึ้นไปอีก แถมยังให้เราลองเก็บชาได้อีกด้วย

ความโดดเด่นคือการปลูกสร้างแบบขั้นบันได พอมองระยะไกล เป็นภาพที่สวยงามอย่างยิ่ง ซึ่งแต่ละหลังก็มีเอกลักษณ์แตกต่างกันไป โดยถูกตั้งชื่อเป็นชาสายพันธุ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น บ้านชาเขียว บ้านชาผู๋เอ่อ บ้านโสมอูหลง บ้านเจียวกู้หลาน ฯลฯ รวมถึงมีร้านกาแฟริมน้ำ และร้านอาหารจีนยูนนานให้บริการด้วย

13. ศูนย์วัฒนธรรมไทย-จีน จ.อุดรธานี

ก่อตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เป็นจุดศูนย์รวมอนุรักษ์ศิลปะ วัฒนธรรม วิถีบรรพชนและหลักปรัญชา ของพี่-น้องชาวไทยเชื้อสายจีนในจังหวัดอุดรธานี ภายในศูนย์วัฒนธรรม ไทย-จีน ถูกออกแบบเป็นกลุ่มอาคาร ประกอบด้วยอาคารเฉลิมพระเกียรติพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา, อาคารพิพิธภัณฑ์คุณธรรม, อาคารการเรียนรู้, อาคารหอประชุมปรีชา ชัยรัตน์, อาคารสำนักงาน, ร้านจำหน่ายของที่ระลึกจากจีน และร้านน้ำชาผิงอัน จำหน่ายเครื่องดื่ม ชากาแฟ และเบเกอร์รี่



ในส่วนของพิพิธภัณฑ์คุณธรรม ( ชั้น 1 ) จัดแสดงเรื่องราวของคนไทยเชื้อสายจีน ที่เข้ามาตั้งรกรากที่จังหวัดอุดรธานี เมื่อ 120 ปี เรื่องราวของธุรกิจการค้าในสมัยอดีต การศึกษา และการรวมตัวของ 9 องค์กร 11 ตระกูลแซ่ อีกทั้งยังบอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาของพลังศรัทธาต่อ องค์เทพเจ้าปู่-ย่า แห่งศาลเจ้าปู่-ย่า พร้อมด้วยเทคโนโลยีฉายภาพยนตร์ 3 มิติ ให้ผู้เข้าชมได้ตื่นตาตื่นใจ

14. อเนกกุศลศาลา (วิหารเซียน)
จ.ชลบุรี



วิหารเซียน หรือ อเนกกุศลศาลา ตั้งอยู่ในบริเวณของวัดญาณสังวราราม เป็นวิหารสถาปัตยกรรมจีน มี 2 ชั้น จัดแสดงรูปปั้นเทพเจ้า ชาวจีนที่มีชื่อเสียง และของต่าง ๆ มากมาย ชั้น 2 ประดิษฐานพระพุทธชินราชองค์จำลอง มีห้องศิลป์แบบไทย เป็นแหล่งศึกษาวัฒนธรรมไทย จัดแสดงประวัติศาสตร์ของไทยตามยุคต่าง ๆ อีกชั้นเป็นวิหารของเทพเซียนลื่อต่งปิง

ขอบคุณข้อมูลจาก
Vegus
ประเด็นข่าวสด


2
 ที่เที่ยวภูมิภาคคันไซ (Kansai) มาแล้วต้องจัดเต็ม!

การท่องเที่ยวในแถบ ภูมิภาคคันไซ (Kansai) นั้นก็ได้รับความนิยมไม่น้อยไปกว่าภูมิภาคอื่นๆ เลย มีจังหวัดและสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังหลายที่ ซึ่งมีครบทั้งของกินอร่อย ประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ เช่น จังหวัดโอซาก้า, เกียวโต, นารา, โกเบ เป็นต้น นอกจากนี้เรายังสามารถเดินทางไปท่องเที่ยวยังภูมิภาคใกล้เคียงได้อีกหลายที่ด้วย .. หากใครพอมีวันหยุดยาว เราแนะนำว่าแถบคันไซนี้แหละที่ไม่ควรพลาด และไม่เป็นสองรองใคร เที่ยวได้ทุกฤดู สวยทุกฤดู ^^

ที่เที่ยวภูมิภาคคันไซ (Kansai)
มาแล้วต้องจัดเต็ม!
โอซาก้า (Osaka) จังหวัดที่มีความสำคัญเป็นอันดับสองและขนาดใหญ่เป็นอันดับสามของญี่ปุ่น เป็นเมืองเศษฐกิจที่สำคัญของภูมิภาคคันไซ (Kansai) ทำให้โอซาก้ามีความเจริญตั้งแต่ยุคที่เฟื่องฟู สำหรับสถานที่ท่องเที่ยว ที่ทำให้เมืองโอซาก้ามีชื่อเสียง มี 4 สถานที่หลัก ก็คือ

1. ชินไซบาชิ – Shinsaibashi



แหล่งช้อปปิ้งยอดฮิตในโอซาก้า เต็มไปด้วยร้านค้าชื่อดังของโอซาก้ากว่า 180 ร้าน ความยาวประมาณ 600 เมตร มีทั้งร้านขนมชื่อดัง ร้านเสื้อผ้าแฟชั่นสุดฮิต ร้านเฟรนไชส์ มากมาย เหมาะสำหรับคนรักการกินและช้อปปิ้งเป็นที่สุด (ทัวร์มักไปเกือบทุกรายการ)

2. Universal Studios Japan



สถานที่ที่พลาดไม่ได้ สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบภาพยนตร์ และความสนุกสุดมันส์อย่างฉุดไม่อยู่ สวนสนุกแห่งนี้เต็มไปด้วยความฝันของเด็กทั่วโลก รวมไปถึงผู้ใหญ่อย่างเราๆ ที่ต้องไปเยือนสักครั้งให้ได้ (ทัวร์ที่พาไปจะมีทั้งแพ็กเกจแบบรวมตั๋ว และแพ็กเกจมีวันอิสระ ซื้อตั๋วเดินทางไปเอง ซึ่งราคาจะค่อนข้างถูกกว่าอีกแบบนึง)

3. ปราสาทโอซาก้า – Osaka Castle



สัญลักษณ์ประจำเมืองโอซาก้า ถือเป็นแลนด์มาร์คสำคัญทางประวัติศาตร์ สำหรับผู้ที่มาเยือนโอซาก้า เป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวมักเดินทางมาถ่ายรูป เก็บความสวยงามทางประวัติศาตร์ญี่ปุ่น ทั้งนี้ความพิเศษของสถานที่นี้คือ ความสวยงามที่เปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล (ทัวร์จะมีบริการพาไปทุกแพ็กเกจ แต่ส่วนใหญ่จะไม่รวมค่าตั๋วเข้าปราสาท เพื่อขึ้นไปชมวิวรอบๆ)

4. ริงกุ เอาท์เล็ต – Rinku Premium Outlets



สถานที่สุดท้าย ร้าน Outlet ที่สามารถช๊อปปิ๊งสินค้าแบรนด์เนมได้ในราคาที่พอเหมาะไม่แพงจนเกินไป มีสินค้าแบรนด์เนมตั้งอยู่ประมาณ 200 ร้าน ให้ขาช็อปทั้งหลายได้หวั่นไหว บัตรเครดิตในมือถึงกับสั่นสะท้าน แถมบรรยากาศภายในก็สะอาดตา สไตล์ยุโรป (ทัวร์จะมีบริการพาไป เกือบทุกแพ็กเกจ)

นอกจากนี้ รอบๆ นอกเมืองโอซาก้าก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวหลักอื่นๆ อีก ที่นักท่องเที่ยวทั้งหลายมักหมายปอง เต็มไปด้วยศิลปะ วัฒนธรรมมากมาย เส้นทางที่ทัวร์มักเดินทางคู่กับโอซาก้าคือ นาโกย่า เกียวโต ทาคายาม่า โกเบ ฮาโกเน่ นารา คานาซาว่า และทตโตะริ

โอซาก้า – เกียวโต

5. ฟูชิมิอินาริ – Fushimi Inari-taisha



ศาลเจ้าเทพอินาริ มีชื่อเสียงโด่งดังจากประตูโทริอิ (Torii Gate) หรือเสาประตูสีแดงที่เรียงตัวกันข้างหลังศาลเจ้าจำนวนหลายหมื่นต้นจนเป็นทางเดินได้ทั่วทั้งภูเขาอินาริ ที่ผู้คนเชื่อกันว่าเป็นภูเขาศักสิทธิ์ และยิ่งดังเข้าไปอีก เมื่อไปแจ้งเกิดในภาพยนตร์ฮอลลีวู้ด ทำให้เป็นอีก1สถานที่ ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

6. วัดคินคะคุจิ – Kinkaku-ji Temple



หรือที่คนไทยนิยมเรียกกันว่าวัดทอง เนื่องจากที่วัดนี้จะมีอาคารหลักเป็นสีทองเกือบทั้งหลังตั้งโดดเด่นอยู่กลางน้ำ ทำให้เกิดเป็นเงาสะท้อนกับพื้นน้ำเบื้องหน้า จนเกิดเป็นภาพที่สวยงาม อีกทั้งยังเป็นวัดดังในเกียวโต ที่ถูกนำมาใช้ในการ์ตูนเรื่องอิคคิวซัง ทำให้นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่อยากตามรอยมาดูสถานที่จริงกันถึงที่เลยทีเดียว ทั้งนี้ความสวยงามในแต่ละฤดูก็จะแตกต่างกันไปอีกด้วย

7. วัดคิโยะมิซุ – Kiyomizu-dera



อีกหนึ่งวัดที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดของญี่ปุ่น มีน้ำที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติจากน้ำตกโอโตวะไหลผ่านทำให้เป็นที่มาของชื่อ “วัดน้ำใส” จนยูเนสโกได้บันทึกให้วัดแห่งนี้ขึ้นเป็นมรดกโลก สิ่งที่ทำให้วัดแห่งนี้มีชื่อเสียง คืออาคารไม้ขนาดใหญ่

สร้างขึ้นโดยไม่มีการใช้ตะปูตอกแม้แต่ตัวเดียวในการก่อสร้าง ห้องโถงอาคารถูกสร้างให้ยื่นออกไปภายนอกทำให้เป็นจุดชมวิวที่สวยงาม สามารถชมซากุระและชมใบไม้แดงที่ขึ้นชื่อของเกียวโต และในทิวทัศน์เดียวกัน เราจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงฤดูกาลทั้ง 4 ฤดู แต่ก็ต้องน่าเสียดายที่ช่วงนี้ ได้มีการปรับปรุงตัวอาคารไม้หลัก เป็นระยะเวลา 4 ปี ทำให้ไม่สามารถขึ้นชมจุดไฮไลท์ของตัววัดได้ แต่เรายังสามารถเข้าไปเพื่อไหว้พระ ขอพร ชมความสวยงามรอบๆนอกได้เหมือนเดิม

8. ป่าไผ่ – Bamboo Groves,
อาราชิย่าม่า – Arashiyama



เป็นทางเดินเล็กๆผ่านสวนป่าไผ่ มีความยาวกว่า 500 เมตรตั้งอยู่ระหว่างวัดเทนริวจิและศาลเจ้าโนโนมิยะ สามารถเดินเล่นหรือขี่จักรยานผ่านก็ได้ ตลอดสองข้างรายรอบไปด้วยต้นไผ่ที่สูงไม่ต่ำกว่าสิบเมตร ปกคลุมทางเดินที่ลาดเอียงไปตามเนินเขาอย่างงดงาม

ยิ่งช่วงที่มีแสงอาทิตย์รอดผ่านตัวป่าไผ่ลงมาจะสวยมาก หรือถ้ามีลมพัดมาพร้อมกันก็จะเป็นเสียงกิ่งก้านของต้นไผ่กระทบกันไปมา ให้บรรยากาศที่เงียบสงบ ถือเป็นเสน่ห์ของเมืองเกียวโต สำหรับคนญี่ปุ่นหรือนักท่องเที่ยว จะนิยมแต่งกิโมโนในแบบชุดดั้งเดิมเพื่อมาเดินชมป่าไผ่ ถือเป็นธรรมเนียมที่จะทำให้เราสัมผัสถึงความเป็นญี่ปุ่นอย่างแท้จริง

9. ชิราคาวาโกะ – Shirakawa-go



อีก 1 สถานที่ ที่สามารถเที่ยวได้ทุกฤดูจริงๆ และยังได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมโดยยูเนสโก ความน่ารักของสถานที่แห่งนี้ก็คือ ตรงหลังคาบ้านที่เป็นฟางจะเป็นรูปสามเหลี่ยม ภายในบ้านตกแต่งด้วยข้าวของเครื่องใช้ตั้งแต่สมัยก่อน เป็นแบบญี่ปุ่นแท้ดั้งเดิม มีเสน่ห์ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวทั้งใน และต่างประเทศเป็นจำนวนมาก เป็นจุดหมายปลายทางที่ต้องไปเยือนให้ได้สักครั้ง

10. วัดโทไดจิ – Todaiji



วัดหลวงพ่อโตแห่งเมืองนารา หรือ ไดบุตสึ เป็นหนึ่งในวัดที่มีชื่อเสียงมากที่สุดและมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ วัดนี้ได้รับการบันทึกว่าเป็นอาคารไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก นอกจากนี้หากใครต้องการสัมผัสความน่ารักของเจ้ากวางตัวน้อย ทางวัดก็จะมีกิจกรรมเล็กๆให้ทำ คือเราสามารถให้อาหารกวางโดยซื้อขนมเซนเบ้ จากร้านที่จำหน่ายอยู่ใกล้ๆกัน ราคาเพียงห่อละ 150 เยน

11. ปราสาทฮิเมจิ – Himeji Castle



เป็นปราสาทที่ยิ่งใหญ่ สวยงาม และคงสภาพเดิมที่สุดในญี่ปุ่น ตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง ได้รับการจดทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโก มีทิวทัศน์ที่งดงาม ด้วยความสง่างามของปูนขาวซึ่งได้รับการเปรียบเปรยให้เป็นนกกระยาง ซึ่งบางทีถูกเรียกว่า“ปราสาทนกกระยางขาว” และเป็นอีกหนึ่งสถานที่ ที่มักมีฤดูกาลเพื่อเข้าชมความสวยงามของรอบๆปราสาท

12. โอวาคุดานิ – Owakudani



ภูเขาไฟที่ปัจจุบันไม่มีปะทุอีกแล้ว แต่ใต้พื้นผิวยังคงมีความร้อนอยู่ จึงทำให้น้ำที่อยู่ข้างใต้ระเหยกลายเป็นไอน้ำออกมาข้างนอก ประกอบกับที่นี่มีแร่กำมะถันหรือซัลเฟอร์ในปริมาณมาก ทำให้ไอน้ำที่พุ่งออกมานั้นมีกลิ่นกำมะถันปนอยู่ และมีคุณค่าต่อสุขภาพอย่างไม่น่าเชื่อ อีกทั้งยังมีจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวหลักๆคือไข่ดำ เป็นไข่ต้มสุกในบ่อของหุบเขาแห่งนี้ นอกจากนี้เรายังสามารถชมวิว ทิวทัศน์ที่มองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้อีกด้วย

13. สวนเคนโระคุเอ็น – Kenroku-en



เป็นสวนที่ได้รับการยกย่องเรื่องความสวยงามติด 1 ใน 3 ของสวนที่สวยงามที่สุดในญี่ปุ่น ตั้งอยู่บนจุดที่สูงของเมืองคานาซาวะ ตรงข้ามกับปราสาทคานาซาวะ ถือเป็นสวนลัญลักษณ์ของเมืองคานาซาวะ ภายในเต็มไปด้วยวิวทิวทัศน์ของบ่อนํ้า หุบเขาอันสวยงาม ผ่อนคลายไปกับบรรยากาศของสวนเค็นโรคุเอ็น ซึ่งในแต่ละฤดูกาลความสวยงามก็จะแตกต่างกันไป เราจะสามารถสัมผัสถึงวิถีชีวิตของชาวญี่ปุ่นได้จริงๆจากสถานที่แห่งนี้


14. เนินทรายทตโตะริ – Tottori Sand Dunes



สถานที่สุดท้าย ที่จะมีทัวร์บริการพาไปบางฤดูกาลเท่านั้น คือเนินทรายทตโตะริ ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นอนุสาวรีย์ทางธรรมชาติ เพราะมีทัศนียภาพที่สวยงามมากๆ ทั้งต้นไม้และดอกไม้ท้องถิ่นที่ขึ้นอยู่ประปราย และยังสามารถมองลงไปยังทะเลได้

อีกทั้งมีกิจกรรมที่สนุกสนานอยู่มากมาย เช่นการขี่อูฐ เล่นแซนด์บอร์ด หรือไม่ก็พาราไกลด์ดิ่งเหนือเนินทราย จึงเป็นอีก1สถานที่ ที่น่าสนใจ และเป็นวิวที่ดูแตกต่างจากทั่วไปในญี่ปุ่นอย่างมาก นอกจากนี้อีก 1 ความพิเศษของสถานที่แห่งนี้คือ ในหน้าหนาว เราสามารถที่จะเห็นทะเลทรายที่เต็มไปด้วยหิมะขาวโพลน สลับกับเนินทรายอันกว้างใหญ่อีกด้วย

ขอบคุณข้อมูลจาก
Vegus
ประเด็นข่าวสด

3
สูตร ราดหน้าหมูคะน้า วิธีทำแบบเซียนเหมือนเรียนมา



เมนูอร่อยที่กินได้ทุกมื้อก็คือ ราดหน้าหมูคะน้า ที่หาทานอร่อยน้อยมาก อาจจะเจอบ้างร้านที่หมูจะไม่หมักหรือหมักไม่ถึงเครื่อง วันนี้มาบอกเคล็ดลับการทำราดหน้าให้อร่อยเหมือนนั่งกินอยู่เยาวราช พิถีพิถันกันตั้งแต่การหมักหมูจนถึงใส่แป้ง ไปดูส่วนผสมและวิธีทำกันเลยค่ะ

สูตร ราดหน้าหมูคะน้า วิธีทำแบบเซียนเหมือนเรียนมา

ส่วนผสม
ซอสหอยนางรม 3 ช้อนโต๊ะ
ซอสปรุงรส 2 ช้อนชา
ซีอิ๊วขาว 2 1/2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันงา 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา
แป้งมันสำปะหลัง 1 ช้อนโต๊ะ
พริกไทยป่น 2 ช้อนชา
น้ำเปล่า 1/4 ถ้วย
เนื้อหมูสันนอก 500 กรัม
ไข่ขาว 2 ฟอง
น้ำมันรำข้าว 1 ช้อนโต๊ะ
กระเทียมสับ 2 ช้อนโต๊ะ
เต้าเจี้ยว 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำเปล่า 1 ลิตร
ซอสหอยนางรม 2 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 3 ช้อนโต๊ะ
คะน้าฮ่องกง ตามชอบ
แป้งมันละลายน้ำ 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
1. หมักหมูก่อน โดยเลือกใช้หมูสันนอกหั่นเป็นชิ้นหมักด้วย ซอสหอยนางรม ซอสปรุงรส ซีอิ๊วขาว น้ำมันงา น้ำตาลทราย แป้งมันสำปะหลัง พริกไทยป่น น้ำเปล่า และ ไข่ขาว หมักทิ้งไว้ 2 ชั่วโมง

2. ผัดเส้นใหญ่กับซีอิ๊วดำใส่จานเตรียมไว้

3. ตั้งกระทะใส่น้ำมันรำข้าวลงไปผัดกับกระเทียมสับและเต้าเจี้ยวจนหอม เสร็จแล้วก็ใส่เนื้อหมูที่หมักลงไปผัดให้พอสุก

4. เติมน้ำเปล่าแล้วปรุงรสด้วยซอสหอยนางรม ซีอิ๊วขาว ซอสปรุงรส และ น้ำตาลทราย คนให้เข้ากัน

5. ใส่คะน้าตามลงไป เพิ่มความเหนียวด้วยแป้งมันละลายน้ำ ใส่แป้งและคนอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้แป้งจับตัวเป็นก้อน

6. ตักน้ำราดหน้าราดลงบนเส้นใหญ่ที่เราผัดเตรียมไว้

Vegus 168
ประเด็นข่าวสด

4
อาหาร / วิธีทำโจ๊กหมูสับ
« เมื่อ: 30-04-2019 , 17:20:09 »
 

เมนูโจ๊กคุ้นลิ้นอย่างโจ๊กหมูสับกินมาตั้งแต่เด็ก แม้โตจนป่านนี้ก็ยังโหยหาอยู่เหมือนกัน แต่ถ้ามีเวลาว่างก็ทำกินเองอยู่บ่อย ๆ ก็วิธีทำง่ายดายปานนี้ แค่หมักหมูสับให้เรียบร้อย เอาไปต้มพร้อมกับโจ๊ก ใส่เครื่องในได้ตามชอบ ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาวนิดหน่อย โรยพริกไทยอีกเล็กน้อย ใส่ไข่ลวกสักฟองก็ดีนะคะ มื้อนี้อิ่มเปรม

 ส่วนผสม โจ๊กหมูสับ

           ปลายข้าว 1 ถ้วย
           น้ำเปล่า 5 ถ้วย
           หมูสับ 200 กรัม
           กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
           ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
           พริกไทยป่น 1 ช้อนชา
           น้ำซุปหมู 3 ถ้วย
           ตับหมูลวกสุกหั่นบาง 100 กรัม
           ไข่ลวก
           ต้นหอมซอย (สำหรับโรยหน้า)
           ขิงซอย (สำหรับโรยหน้า)
           พริกไทยป่น (สำหรับโรยหน้า)

 วิธีทำโจ๊กหมูสับ

           1. ใส่น้ำเปล่าลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟ จากนั้นใส่ปลายข้าวลงต้มนานประมาณ 10-20 นาที คนผสมตลอดเวลาจนข้าวสุก และข้น เตรียมไว้

           2. นวดผสมเนื้อหมูกับกระเทียมสับ ซีอิ๊วขาว และพริกไทยป่นให้เข้ากันดี เตรียมไว้

           3. ใส่น้ำซุปหมูลงในหม้อ ตามด้วยส่วนผสมโจ๊กที่ต้มเตรียมไว้ ใช้ไฟปานกลางต้มจนเดือด ตักหมูสับ และตับหมูลวกลงต้มจนสุก ตักใส่ถ้วย ตอกไข่ลวกลงไป โรยหน้าด้วยต้นหอม ขิงซอย และพริกไทยป่นเล็กน้อย พร้อมรับประทาน

          หากใครที่ชอบแบบหนักเครื่องก็สามารถเพิ่มเติมลงไปทั้งเนื้อสัตว์ ผัก หรือไข่ ให้มื้อเช้าของคุณได้อร่อยครบรสยิ่งขึ้นนะคะ

Vegus 168
ประเด็นข่าวสด

5
ข้าวคลุกกะปิ ถ้าอยากได้เครื่องแน่นต้องทำเอง

ข้าวคลุกกะปิ เป็นเมนูที่เครื่องเคียงเยอะ เก็บกินได้ทุกอย่างที่อยู่ข้างๆ จาน ถึงแม้ว่าเป็นเมนูที่ใช้เวลาทำแต่ก็คุ้มค่าในการรอคอยที่จะได้กินในฝีมือตัวเอง หากเตรียมทุกอย่างพร้อม ไปดูส่วนผสมและวิธีทำกันเลยค่ะ

ข้าวคลุกกะปิ
ส่วนผสม
หอมแดงสับ 1 ช้อนโต๊ะ
หมูสามชั้น 200 กรัม
น้ำตาลปี๊บ 80 กรัม
น้ำเปล่า 1/4 ถ้วย
ซีอิ๊วขาว 5 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ๊วดำ 1 ช้อนชา
กุนเชียง 1 เส้น
ไข่ไก่ 1 ฟอง
กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ
ข้าวเสาไห้ 2 ถ้วย
พริกป่น
มะม่วงเปรี้ยวสับ
กุ้งแห้ง
ถั่วฝักยาว
หอมแดงซอย
แตงกวา
มะนาว
วิธีทำข้าวคลุกกะปิ

1.เตรียมเครื่องเคียงก่อน โดยมี หมูหวาน กุนเชียงทอด ไข่ฝอย มะม่วงเปรี้ยวสับ มะนาวหันซีก หอมแดงซอย ถั่วฝักยาวซอย กุ้งแห้งและแตงกวา
2.ทอดหมูหวานก่อนโดยใส่ หอมแดงสับ น้ำตาลปี๊บ ซีอิีซขาว ซีอิ๊วดำ และหมูสามชั้นหัวเป็นชิ้นเล็กๆ เติมน้ำเปล่าเล็กน้อย เคี่ยวให้เหนี่ยวเสร็จแล้วตักใส่ถ้วยแยกไว้
3.ทำไข่ฝอย ตีไข่ให้พอแตก ทอดด้วยไปอ่อนทอดจนสุกทั้งสองด้านแล้วนำขึ้นมาหันฝอย
4.นำข้าวสวยมาคลุกกับกะปิ 1 ช้อนโต๊ะต่อข้าว 2 ถ้วย คลุกบนกระทะด้วยไฟอ่อนหรือนำมาคลุกในชามแล้วใส่ถุงมือขยำ
5.จัดเตรียมข้าวคลุกกะปิใส่จานและตกแต่งด้วยเครื่องเคียงที่เตรียมไว้ แค่นี้ก็เป็นอันเสร็จ

ขอบคุณ ข้อมูลดีๆจาก
เวกัส168
siamsportnews.net

6
HUAWEI P30 Pro สมาร์ทโฟน ที่มีกล้องดีที่สุดในเวลานี้



HUAWEI เปิดตัว P30 Series สมาร์ทโฟนรุ่นท็อป ต้อนรับปี 2019 ต่อยอดจากซีรีส์ P20 ที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม โดยยังชูจุดเด่นเรื่อง “กล้อง” เช่นเดิม ซึ่งได้มีการเปิดเผยคะแนน DxOMark ในงานแถลงข่าวเปิดตัว ว่า HUAWEI P30 Pro เป็นสมาร์ทโฟนที่มีกล้องที่ดีที่สุดในโลก วันนี้ผมจะรีวิวให้ชมอย่างละเอียดครับ



HUAWEI P30 Pro ออกแบบมาใหม่ทั้งหมด ด้วยขนาดหน้าจอที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม เป็น 6.47 นิ้ว ด้านหน้าเป็นพื้นที่ของหน้าจอเกือบทั้งหมด มีเพียงขอบสีดำด้านล่างบางๆ และขอบกึ่งกลางด้านบนที่เว้าลงมาเป็นตำแหน่งของกล้องหน้าเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ขอบจอซ้ายขวา โค้งรับกับมือ ให้ฟิลลิ่งกระชับเวลาถือเครื่อง ไฮไลต์ของดีไซน์ P30 อยู่ที่ด้านหลังของตัวเครื่องครับ พลิกมาจะเจกับฝาหลังที่ใช้เทคนิคการทำสี Optical Color จากการเคลือบผิวนาโน 9 ชั้น ไล่เฉดสีอย่างสวยงาม โดยเฉพาะสีของเครื่องนี้ ที่ใช้ชื่อสีว่า ‘Aurora’ หรือแสงเหนือ ที่ไล่เฉดได้สวยงามมากๆ สะท้อนกับแสงออกมาเป็นเฉดสีที่แตกต่างกันได้อย่างลงตัว ซึ่งนอกจากสีนี้ ก็ยังมีสีสันต่างๆ ให้เลือกทั้งสี Breathing Crystal, Amber Sunrise, Pearl White และ Black ครับ



ส่วนที่มีความเด่นสะดุดตามากๆ อีกส่วนหนึ่งของดีไซน์ P30 Pro ก็คือส่วนของกล้องนะครับ ในรุ่น P30 Pro มีกล้องหลังมากถึง 4 ตัว หรือ Quad-Camera เลยครับ ที่เมื่อมองผิวเผิน อาจจะคิดว่ามีกล้องแค่ 3 ตัว เพราะกล้องตัวที่ 4 ถูกแยกออกมาอยู่อีกแถวนึง และเป็นกล้องประเภทใหม่ ที่เรียกว่า ToF Camera (Time-of-Flight) ที่เดี๋ยวผมจะพูดถึงต่อไปครับ



เรื่องกล้อง ถือว่าเป็นเรื่องหลักของ P30 Pro เลยครับ ในรุ่นนี้ HUAWEI ยังคงร่วมมือกับ Leica เช่นเดิม และได้เพิ่มเอาเลนส์กว้างพิเศษเข้ามาเสริม พร้อมปรับปรุงเลนส์ซูมให้มีระยะไกลขึ้น ปรับปรุงเซนเซอร์กล้องให้มีความละเอียดสูงถึง 40 ล้านพิกเซล ใช้รูรับแสงกว้าง เก็บภาพในที่แสงน้อยได้ดี บวกกับซอฟต์แวร์ที่ปรับปรุงมาใหม่ โฟกัสได้ไว ปรับปรุงระบบ Master AI ตรวจจับประเภทของสิ่งที่เราจะถ่าย และปรับโหมดให้อัตโนมัติ ที่เมื่อทุกอย่างรวมกันแล้วจะทำให้เราสามารถถ่ายภาพในทุกสถานการณ์ได้สวยขึ้นกว่าเดิม และง่ายขึ้นกว่าเดิม

หน้าจอดีไซน์อัจฉริยะ



ส่วนที่ผมอยากพูดถึงก่อนที่จะไปดูความสุดยอดของกล้อง P30 Pro ก็คือความอัจฉริยะของหน้าจอครับ หากดูผ่านๆ ก็อาจจะนึกว่ามันไม่ได้มีอะไรพิเศษ แต่หน้าจอขนาด 6.47 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2340×1080) ตัวนี้ นอกเหนือจากความคมชัด สีสันสดใสแล้ว มันได้ฝังเอาเทคโนโลยีเพิ่มเติมไปอีก 2 อย่างด้วยกัน นั่นคือ เทคโนโลยีการปลดล็อกด้วยลายนิ้วมือผ่านเซนเซอร์ใต้หน้าจอ หรือ In-Screen Fingerprint ครับ การฝังเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือไปอยู่ใต้หน้าจอ จะทำให้ดีไซน์ของตัวเครื่องสวยงามมากขึ้น เพราะไม่ต้องมีเซนเซอร์แยกออกมาต่างหากแล้ว และ อีกอย่างคือ HUAWEI Acoustic Display Technology การปล่อยเสียงผ่านหน้าจอ ที่สามารถให้เสียงคุณภาพสูงโดยไร้ช่องลำโพงได้นั่นเอง ซึ่งผมได้ทดลองฟังเสียงที่ได้จาก P30 Pro แล้ว ต้องบอกว่า ทั้งดัง และคมชัด โดยไม่ต้องกลัวว่าท่าจับถือของเราจะไปบังช่องลำโพงด้วยนะครับ

กล้องเฉียบขาด สวยทุกสภาพแสง
New Sensor – RYYB SuperSpectrum


HUAWEI ขึ้นชื่ออย่างมากในเรื่องของกล้องสมาร์ทโฟนครับ และในรุ่น P30 Pro นี้ก็ไม่ทำให้ผิดหวังเลย อัปเกรดจากรุ่นก่อนหน้าให้มีความครบเครื่องมากยิ่งขึ้น ด้วยเซ็นเซอร์กล้องหลักแบบใหม่ ความละเอียด 40 ล้านพิกเซล ที่เรียกว่า RYYB “SuperSpectrum” ทดแทนเซ็นเซอร์ RGB แบบเดิม ใช้พิกเซลสีเหลืองสองเฉด แทนที่สีเขียว ซึ่งเซ็นเซอร์แบบใหม่นี้ จะสามารถรับแสงได้มากกว่าเซ็นเซอร์ RGB ปกติถึง 40% และกล้องหลักนี้มาพร้อมระบบกันสั่นแบบออปติคัลด้วย



ขอบคุณข้อมูลจาก
Vegus 168
ประเด็นข่าวสด

7
Marvel’s Spider-Man (PS4) พลังอันยิ่งใหญ่ มาพร้อมแผนที่และคอนเทนต์อันใหญ่ยิ่ง




เกมนี้มีรูปแบบคล้ายคลึงกับหนังฮีโร่มาร์เวลเป็นอย่างมาก !!!ดังนั้น!!! จงระวังโดนสปอยล์ตอนจบตามอินเตอร์เน็ตก่อนได้เล่นเอง
ผู้เขียนต้องเซ็นสัญญาเพื่อปกปิดความลับท้ายเกม จะเห็นได้ว่าปมเรื่องถือเป็นเซอร์ไพรซ์สำคัญของตัวเกม ส่วนบทความชิ้นนี้ จะพูดถึงภาพรวมของเกมและเนื้อเรื่องส่วนต้น (Act1) เท่านั้น แต่หากใครอยากเล่นเองโดยปราศจากการรับรู้โดยไม่ตั้งใจ แนะนำให้ข้ามหัวข้อ “เนื้อหาและการนำเสนอ” ไปก่อนครับ

ประเด็นน่าสนใจ

เกมควบคุมงานสร้างโดย Bryan Intihar อดีตบก.นิตยสารเกม EGM!ผู้เขียนเล่นจนจบ ขณะเลเวลได้ 40 ใช้เวลาไปประมาณ 20 ชั่วโมงกว่าๆ แต่ตอนนี้ซัดบวกไปอีก 30 กว่าแล้วยังไม่รู้สึกว่าเกมมันจบ เล่นได้เรื่อยๆ บทความนี้ใช้เครื่อง PS4 แบบธรรมดาในการรีวิว เกมไม่ใช่ไม่มีตำหนิ เพราะช่วงแรกๆ กะให้คะแนน 7.5 ด้วยซ้ำ แต่พอเล่นไปซักพักๆ ผมปรับเป็นคะแนนใหม่(อยู่ท้ายบทความ)ให้อย่างยุติธรรม และมีเหตุผลอธิบาย...ส่วนเป็นเพราะอะไรนั้น ผมจะเริ่มเล่าประสบการณ์ให้ฟังครับ...ดังนี้



เนื้อหาและการนำเสนอ

สไปเดอร์แมนเวอร์ชั่นนี้ของ Insomniac Games เลือกใช้เหตุการณ์ที่อิงมาจากตัวคอมมิค ที่ผมใช้คำว่าอิงก็เพราะมันมีการเขียนเนื้อเรื่องให้กับเกมใหม่โดยเฉพาะ ซึ่งโทนมันเน้นหนักไปทางหนังสือการ์ตูน ผสมกับตัวภาพยนตร์เก่าๆ ของทางค่ายต้นสังกัดเอง (ในเกมใช้คนเขียนบท 4 คน โดยหนึ่งในทีมคือ Christos Gage นักเขียนบทชื่อดัง ที่รับงานเขียนซีรีส์ให้มาร์เวล อย่างเรื่องแดร์ดีวิลนั่นก็ด้วย) ซึ่งตัวเนื้อเรื่องนี่แหละ ที่ถือเป็นแก่นแกนดุจเพชรล้ำค่าของเกมไอ้แมงมุมเกมนี้เลยทีเดียว เข้าทำนอง ระบบเกมด้านอื่นมีปัญหา แต่เจอเรื่องราวที่เต็มไปด้วยเซอร์ไพรซ์ ก็ทำให้กลายเป็นเกมที่เรารู้สึกคุ้มค่าในการซื้อหาได้ทันที! คือต้องบอกว่าช่วงครึ่งหลังของเกมมันมีโมเมนต์ที่ทำให้ผู้เขียน อุทานลั่นห้องบ่อยมาก ซึ่งอะไรแบบนี้แหละครับ ผมถือว่ามันเป็นประสบการณ์เชิงบวกที่คนเล่นจะได้รับแน่ๆ หากได้เล่นเกมนี้ และควรให้คะแนนกับตัวเกมไปเต็มๆ



เสียดายที่ผมไม่อยากแตะอะไรมากกับ “เนื้อเรื่อง” ของเกม จึงขอเกริ่นให้เห็นจุดเริ่มต้นกันนิดเดียวพอ ว่า เหตุการณ์ใน Marvel’s Spider-Man จะเป็นช่วงที่ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ สวมบทเป็นมนุษย์แมงมุมรับใช้สังคมมาแล้ว 8 ปีเต็ม เรียนก็จบแล้ว ต้องหาการหางานทำ (ไม่บอกนะทำอะไรที่ไหน) ขณะที่สถานการณ์ในมาร์เวลนิวยอร์ก ก็เปลี่ยนผ่านไปตามกาลเวลา แต่สิ่งหนึ่งไม่เคยเปลี่ยนนั่นคือ “ความชั่วร้าย” ที่เกาะกินอยู่ในทุกสังคม แถมคราวนี้มากันหลายตัว ภาระเหนื่อยหนักจึงตกอยู่กับปีเตอร์...เสียจนมันกระทบต่อชีวิตรักแบบหนุ่มสาวที่คนวัยเดียวกับเขาควรประสบพานพบ



หลังจากนั้น เกมจะค่อยๆ เรียงร้อยเรื่องราวผ่านภารกิจต่างๆ ที่เราในฐานะผู้เล่นต้องลงมือทำ โดยการดำเนินเรื่องจะกระทำผ่านคัตซีนเป็นหลัก (ได้นั่งดูหนังกันบานเลยล่ะ) แต่นั่นคือเนื้อเรื่องใน Story mission เท่านั้นนะครับ เพราะมันยังมีเนื้อเรื่องแยกย่อยในส่วนของ Side mission ตลอดจน Lore หรือพวกเกร็ดเนื้อเรื่องในจักรวาลมาร์เวลให้เราตามหาตามแงะอีก “มหาศาล” ซึ่งผมเองก็ยังตามเล่นไปหมด คาดว่าคงใช้เวลาอีกนาน (แถมแผนที่มหานครนิวยอร์กก็กว้างขวางใหญ่โตเสียด้วย)

ระบบเกม



Marvel’s Spider-Man เป็นเกมโอเพ่นเวิลด์แท้ๆ รูปแบบคล้ายจับเอา The Amazing Spider-Man 2 (ใช่ครับ เกมที่โดนนักวิจารณ์สับเละเกมนั้นนั่นแหละ) ที่พัฒนาให้ดีขึ้น เข้ารูปเข้ารอย ผสมกับเกมอย่างอินเฟมัส, แอสฯ ครีด, แบตแมน อาร์คัม แล้วเคาะออกมาเป็นเกมของตัวเอง ผู้เล่นที่เก๋าๆ หน่อย จะเรียนรู้เกมได้แทบจะทันทีเมื่อเข้าสู่เกม เพราะระบบเมนูต่างๆ คล้ายคลึงกับเกมที่กล่าวไป แถมถูกทำให้เข้าใจง่าย ใช้งานง่าย คาดว่าเพื่อรองรับผู้เล่นทุกแนว ตรงนี้ไม่มีอะไรซับซ้อน แต่สิ่งหนึ่งที่เกมนี้มีความเด่นเฉพาะของตัวเอง นั่นก็คือการโหนใย ซึ่งให้ความรู้สึกที่ “โอเค” เสียที หลังวงการเกมต้องผ่านประสบการณ์เลวร้ายมามากมายกับเกมสไปเดอร์แมน ขั้นตอนการโหนง่ายมากครับ แค่กด R2 ค้างไว้ก็ไปได้เลย ที่เหลือก็บังคับทิศทางเพื่อตีโค้งสวยๆ อ้อมตึก หรือจะเพิ่มความเร็วด้วยการพุ่ง (ปุ่ม X) ผสมผสานกันไปก็ได้ ทีนี้ ถึงมันจะใช้ง่ายก็จริง แต่จะใช้ให้คล่องก็ต้องฝึกฝนซักเล็กน้อย บวกกับการจดจำแผนที่หรือภูมิประเทศประกอบก็จะช่วยได้มากขึ้น ในเกมมีฟาสต์ทราเวลให้ใช้ (นั่งรถไฟฟ้า) แต่ต้องเล่นเกมผ่านช่วงต้นไปซักระยะหนึ่งก่อนถึงจะใช้ได้



ด้านโครงสร้างของเกม จะมี Story mission เป็นแกนหลัก กะพริบเป็นจุดสีเหลืองในแผนที่ จะไปเล่นเมื่อไหร่ก็ได้ ไม่มีเงื่อนเวลามาควบคุม นอกนั้นจะเป็น ภารกิจเสริม, ตามเก็บของสะสม, ปรับจูนเสาอากาศ(เพื่อเปิดแผนที่), ถ่ายภาพสถานที่สำคัญ, ทลายรังโจร ฯลฯ ซึ่งแต่ละโซนของเมือง จะมีเหล่าภารกิจแบบเนี้ย ให้ทำเกือบ 15 ประเภท! (แต่ละประเภทก็จะมีจำนวนงานที่ต้องทำแตกต่างกันไป) ซึ่งเมื่อรวมๆ แล้วก็อื้อซ่าเลยครับ ใครกลัวซื้อเกมไปไม่คุ้มเงินบอกเลยว่าหายห่วง เล่นกันจนเบื่อไปข้าง ในส่วนของการต่อสู้ มีความคล้ายคลึงแบตแมนแค่นิดเดียว เพราะสไปดี้เน้นหลบหลีกมากกว่าสวนกลับ โดยคนเล่นสังเกตได้จากสัญญาณเตือน spider sense ที่หัวของสไปเดอร์แมนแทนที่หัวของศัตรู และต้องบอกเลยว่าเกมเน้นความเร็วในการตอบสนอง ดังนั้นในโหมดยากของเกมนี้ก็ตึงมือไม่ใช่เล่นนะครับ (สามารถปรับระดับความยากง่ายได้ตลอดเวลาในเกม)

มาถึง การปะทะบอส...ซึ่งนี่คือจุดใหญ่ที่ผู้เขียนหักคะแนนแบบเต็มๆ เลยทีเดียว เพราะมันเป็นแพตเทิร์นมากเกินไป บอสมีมูฟเซ็ตที่ซ้ำซาก ดูออกง่าย และไม่มีตัวไหนท้าทายฝีมืออย่างแท้จริง ไม่เข้าใจว่ากลัวเด็กเล็กเล่นไม่ผ่านหรืออย่างไร ขอบอกเลยว่าใครต้องการบอสอลังๆ บู๊แบบดุเดือด เกมนี้ขาดแคลนอย่างแรงครับ แถมอีกนิดว่า พวกศัตรูก็จะมีคลาสไม่กี่แบบ ซึ่งแต่ละแบบก็มีจุดอ่อนของใครของมัน ส่งผลให้เราต้องใช้เทคนิคเดิมๆ ในการกำจัด ซึ่งมันทำให้เบื่ออยู่เหมือนกัน...ทว่าตัวเกมใช้เทคนิคหนึ่งในการแก้ไขตรงนี้ นั่นคือ อุปกรณ์และท่วงท่าที่อัพเกรดได้



ประเด็นสุดท้ายในส่วนนี้ก็คือ ชุดเกราะเท่ๆ (เท่จริงๆ นะยืนยัน) ที่มีเบื้องต้นในภาคหลักนี้ก็ราว 25-30 แบบแล้ว แต่ละแบบก็จะให้ความสามารถพิเศษต่างกัน (อาทิ ป้องกันกระสุนปืน, ต่อยหนัก, ต่อยเสริมพลังไฟฟ้า ฯลฯ) โดยเมื่อเราปลดล็อกแล้ว ก็สามารถเอาความสามารถที่ได้ ไปใส่ชุดเกราะแบบอื่นๆ ที่ไม่ได้ติดมาด้วยกันก็ได้ ส่งผลให้คนเล่นผสมชุดดังๆ จากการ์ตูนสไปเดอร์แมน เข้ากับสกิลต่างๆ ได้ตามใจชอบ...เหล่าแฟนการ์ตูนน่าจะปลื้มฟังก์ชั่นนี้กัน สรุปสำหรับหัวข้อ “ระบบเกม” นี้ก็คือ Marvel’s Spider-Man เป็นเกมที่เล่นง่ายทำความเข้าใจได้ไม่ยาก มีอะไรให้ทำเยอะ(มาก) แต่ มีการต่อสู้และการปะทะบอสที่ยังดูขัดใจอยู่

กราฟิก

แล้วก็มาถึงหัวข้อเจ้าปัญหาสำหรับผู้เขียน เพราะทีแรกเกือบตัดคะแนนในจุดนี้ไปแล้วด้วยซ้ำ! ขอเล่าแบบนี้...ช่วงแรกผมจับได้ว่า ตัวเกมมีความต่างของกราฟิกระหว่างภาพยนตร์คัตซีนและฉากเฉพาะ(ที่ใช้กับภารกิจเนื้อเรื่อง) กับ ฉากแผนที่ทั่วไปในเมือง โดยอย่างหลังให้ความรู้สึกว่าหยาบกว่ากันพอสมควร เพราะเวลาภาพคัตซีนปรากฏ คุณภาพงานจะสวยงามตามยุคสมัย ขณะที่ฉากในอาคาร, ฉากห้องทำงานของตัวละครสำคัญ จะมีรายละเอียดสมจริง มีของให้ดูให้ชมเพียบ แต่พอตัดภาพไป กลับไปโหนใยในเมือง ทำไมมันดูโล่งๆ ซึ่งผมเองเข้าใจว่า เพื่อความลื่นไหลในการเคลื่อนที่ความเร็วสูง จึงต้องอาศัยเทคนิคการออกแบบเฉพาะบางอย่าง ขณะที่การเล่าเรื่องส่วนสำคัญในเกม จึงต้องให้น้ำหนักมากกว่า (ซึ่งตลอดการเล่น ผมไม่พบปัญหาการโหลดกราฟิกฉากไม่ทันเลยแม้แต่ครั้งเดียว)



ผมจึงลองออกสำรวจฉากท้องถนนจริงๆ ในเมือง ดูว่ามันมีตรงไหนผิดสังเกต...ก็พบดังนี้ครับ ว่า ดีเทลวัตถุบนตึกสูงทั้งหมดจะดูราบเรียบกว่าข้างถนนมาก อีกทั้งรายละเอียดบนใบหน้า สีหน้าท่าทาง ของคนเดินถนนก็จะดูไม่สมจริงมากนัก ที่สำคัญเราทำไรคนเดินถนนไม่ได้ ทำได้แค่โบกมือทักทาย แตกต่างจากโอเพ่นเวิลด์เกมอื่นๆ …ซึ่งจะว่ากันตามจริง มันก็พอรับได้อยู่นะ อย่างไรก็ตาม ภาพรวมที่ได้ทั้งหมดเมื่อเล่นไปเรื่อยๆ ผมก็คิดว่าคุณภาพงานกราฟิกมัน “โอเค” ดูคล้ายๆ infamous second son แต่ยังเป็นรองอันชาร์ตภาคล่าสุด หรือ horizon zero dawn อยู่นิดๆ

สุดท้ายนี้ผมเชื่อว่า Marvel’s Spider-Man จะเซ็ตมาตรฐานใหม่ และเป็นฐานที่ดี ให้กับเกมฮีโร่จากคอมมิคตัวอื่นๆ ได้ก้าวตามหรือก้าวข้ามไปให้ได้ (หากต้องการทำเป็นโอเพ่นเวิลด์)

ขอบคุณข้อมูลจาก
Vegus 168
ประเด็นข่าวสด

8
Acer Predator Helios 300 Laptop สุดโหด




Acer Predator Helios 300 แบรนด์สุดโหดอีกแบรนด์ในตลาดเกมแล็ปท็อป Acer Predator Helios 300 มาพร้อมกับชิปประมวลผลเป็น Intel Core I7-8750H  (2.20-4.10 GHz) 6 Core 12 Threads และการ์ดจอที่มีความแรงพอๆกับ Desktop PC  อย่าง NVDIA GeForce GTX1060 (6GB DDR5) พ่วงด้วย SSD M.2 256GB PCIe NVME และ HDD 1 TB 5400 rpm ส่วน RAM เป็น 16 GB/2400 ตัวเครื่องรองรับการอับเกรดสูงสุดที่ 32 GB

Body



และแล้วในวันนี้ก็ถึงเวลาที่ @Champ จะจับตัว PH315-51-720U มารีวิวให้ทุกคนได้ชมกัน ก่อนอื่นเรามาดู Design ของตัวเครื่องกันก่อนดีกว่า รุ่น PH315-51-720U เป็นสีขาวตัดทองตัวบอดี้เป็นโลหะทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นฝาหลังและฐานคีย์บอร์ดของตัวเครื่อง สีขาวมันวาว พร้อมโลโก้ Predator สีทองตรงกลางในฉบับ Limited Edition ขีดสองขีดซ้ายและขวา ส่วนขอบฝาด้านบนจะมีที่จับกันลื่นอีกด้วย ขนาดของตัวบอดี้อยู่ที่ 15.6 นิ้ว บอกได้เลยว่าเป็นขนาดที่ไม่เล็กมากและไม่ใหญ่จนเกินไป สำหรับแนวเกมมิ่งเค้าก็จะเล่นกับประมาณนี้ครับ @Champ แนะนำเรื่องการอัปเกรดตัวเครื่องที่เพียงแกะฝาหลังก็สามารถอับเกรทได้ทั้ง HDD และ RAM ส่วน SSD ค่อนข้างจะยากนิดหน่อย แนะนำให้ทางศูนย์หรือร้านตัวแทนจำหน่ายทำให้จะได้ดีกว่า ในเรื่องน้ำหนักตัวเครื่องจะหนักกว่าเดิมที่ 3.2 กิโลกรัมต่างจาก รุ่นก่อนที่หนัก 2.7 กิโลกรัม

Keyboard



Keyboard และ Touch Pad จะเป็นแบบ Full Size ซึ่งมีเลข Numpad มาด้วย ด้านคีย์บอร์ดจะเป็นสีขาวล้วน และ WASD ยังเป็นปุ่มที่มีแสงทองตัดออกมาในฉบับเกมมิ่งของแท้เลยทีเดียวมีความรู้สึกในการกดแบบนุ่มนวล ตอบสนองต่อการเคลื่อนไหวได้คอนข้างไว มีไฟสีขาวที่สวยโดดเด่นในฉบับของ Predator @Champ พูดได้ประโยคเดียวว่า เวรี่กู้ด (Very Good)

Monitor



ต่อมาในส่วนของหน้าจอ PH315-51-720U มีขนาดหน้าจอที่ 15.6 นิ้ว Full HD IPS 1920x1080P เป็นจอโน้ตบุคเกมมิ่งที่มาด้วย Screen Refresh Rate 144 Hz เอาง่ายๆไม่ต้องหาซื้อจอ Monitor มาต่อเพิ่มเพื่อเอา Refresh Rate เพิ่มนั้นเอง เหมาะสำหรับเล่นเกม ดูหนัง ทำงานแต่ถ้าใครจะใช้เฉพาะทาง เช่นแนวเกม FPS บอกได้เลยว่าสบายๆครับ @Champ บอกเลยว่าโคตร Cool ครับพี่น้อง

Speaker



ในส่วนของลำโพงและ Sound นั้นลำโพงจะมีอยู่สองช่องทางด้านซ้ายและขวาวางตำแหน่งในแบบเฉียงลงทั้งสองด้านและใช้ร่วมงานกับระบบเสียง DOLBY AUDIO จะทำให้เสียงชัดและมีมิติมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นทั้งดูหนัง เล่นเกม ฟังเพลงก็ฟินกันในระดับหนึ่งละครับพี่น้อง

Input/Output Port



ในเรื่องของ Port เชื่อมต่อนั้นก็มาคอนข้างที่จะคร USB 3.0 x1, USB Type C x1, USB 2.0 x1, HDMI, SD(XC,HC) Card Reader, RJ45 Gigabit Ethernet และ Mic in/Headphone-Out ในแบบ Combo ครบครันกับการเชื่อมต่อทั้งหมด ในส่วนของการเชื่อมต่อแบบไร้สาย รองรับทั้ง Bluetooth 4.2 และ WiFi เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ทแบบไร้สาย 802.11b/g/n/ac เชื่อมต่อสัญญาณอินเตอร์เน็ตได้ทั้ง 2.4 GHz และ 5 GHz

การทำงานของตัวเครื่องทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น SSD / Battery /Heat และ FPS ในเวลาเล่นเกมทำได้ดีมากๆ ฟังชั่นโดดเด่นในรุ่น PH315-51-720U ไม่ว่าจะเป็น การดีไซน์ออกมาในแบบใหม่ๆ สเปคที่ใช้ I7-8750H และการ์ดจอ GTX1060 GB ที่แรงมากและสามารถ Overclock GPU ได้ด้วยระบบ PadetorSense ลำโพงแบบใหม่ที่ทำให้เสียงมีมิติมากยิ่งขึ้น สามารถระบายความร้อนได้ดีขึ้นกว่ารุ่นเดิมด้วย AeroBlade 3D  ยังไม่พอครับเพราะมาพร้อมกับการรับประกันแบบ On-Site Service ในระยะเวลา 3 ปีไปเลย

9
หุบเขาอวตาร ความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ แพนโดร่าแห่งจางเจียเจี้ย



สำหรับแฟนๆ ภาพยนตร์เรื่องอวตารทุกคน เชื่อว่าหลายๆ คนคงจะเคยได้ตื่นตาตื่นใจกับฉากหลังสุดอลังการภายในเรื่อง ด้วยลักษณะภูมิประเทศของยอดเขา ที่พุ่งแหลมขึ้นมาจากพื้นดิน หลายๆ ยอด เป็นความมหัศจรรย์ที่สร้างความประทับใจให้กับใครหลายๆ คน ซึ่งหลายๆ คนอาจจะคิดว่าฉากหลังนี้คือกราฟฟิคที่ทางทีมงานเซ็ทขึ้นมา แต่แท้จริงแล้วฉากหลังนี้มีอยู่จริงในโลก โดยหุบเขาอวตารแห่งนี้ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติจางเจียเจี้ยประเทศจีนนั่นเอง จะพาทุกคนไปสำรวจหุบเขาอวตารสถานที่ในฝันของหลายๆ คนกันครับ



การเดินทางสู่ยอดเขาอวตารนั้นเราจะเริ่มต้นด้วยการซื้อตั๋วเข้าสู่ยอดเขาซึ่งตั๋วนี้สามารถใช้เข้าออกภายในอุทยานได้ 3 วันเลยทีเดียว หลังจากนั้นก็ต้องผ่านขั้นตอนการตรวจตราสิ่งผิดกฎหมายและเข้าแถวรอรถบัสของทางอุทยาน ซึ่งอุทยานไม่อนุญาตให้ขับรถขึ้นไปเอง เพราะฉะนั้นนักท่องเที่ยวทุกคนจึงต้องมาต่อคิวเหมือนกันหมด เมื่อได้คิวขึ้นรถกันแล้วก็นั่งชมวิวธรรมชาติกันไปเพลินๆ ประมาณครึ่งชั่วโมงก็รถบัสก็จะพาเราเดินทางมาถึงตีนเขาทางขึ้นลิฟต์แก้ว ซึ่งนี้คือสิ่งมหัศจรรย์อีกสิ่งหนึ่งของประเทศจีนกับลิฟต์แก้วไป่หลงที่มีความสูง 326 เมตร ถือเป็นลิฟต์บนเขาที่มีความสูงและเร็วที่สุดในโลกอีกด้วย



เมื่อลงจากรถกันเรียบร้อยแล้วก็ได้เวลาไปต่อคิวขึ้นสู่ลิฟต์แก้วซึ่งระหว่างทางบนลิฟต์นั้นสามารถชมวิวของเขาอวตารได้แบบพาโนรามาเลยทีเดียว ถึงแม้ว่าวันที่เราไปนั้นจะมีฝนตกลงมาทำให้มีไอน้ำมาเกาะที่กระจก แต่ก็ยังพอจะมองเห็นวิวของธรรมชาติอยู่บ้าง ซึ่งถือเป็นประสบการณ์ที่ดีมากๆ เลยทีเดียวกับการได้มีโอกาสมาขึ้นลิฟต์แก้วแห่งนี้ แต่จุดชมวิวแรกนี้ยังเป็นแค่ทีเซอร์สำหรับการชมหุบเขาอวตารเท่านั้นเพราะจุดไฮไลท์ในการชมหุบเขาอวตารต้องนั่งรถต่อเข้าไปอีก แต่ในวันนี้โชคไม่ดีที่จุดไฮไลท์ของเรานั้นมีหมอกหนาถาโถมลงมาปิดบังจนไม่สามารถมองเห็นวิวใดๆ ได้เลย เห็นแต่เพียงสะพานธรรมชาติที่เป็นหนึ่งในจุดท่องเที่ยวของยอดเขาอวตารเพียงลางๆ เท่านั้น ทุกอย่างเต็มไปด้วยสายหมอก อากาศหนาวเย็น เดินๆ ชมวิวไปเรื่อยๆ ก็เพลินไปอีกแบบ



ถือว่ายังเป็นความโชคดีสำหรับเราในความโชคร้ายเพราะแค่เพียงรูปภาพภูเขาอวตารจากจุดแรกที่เราถ่ายมาได้ก็เพียงพอที่จะบันทึกความทรงจำดีๆ สู่ตัวเรา ถึงแม้ว่าจะรู้สึกเสียดายอยู่บ้าง แต่ก็ยังเต็มไปด้วยความประทับใจจริงๆ กับหุบเขาอวตารแห่งนี้ อยากแนะนำสำหรับใครที่อยากจะสัมผัสกับความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ โดยเฉพาะแฟนๆ หนังเรื่อง Avatar ควรมาเห็นที่นี่ด้วยตาตนเองสักครั้ง แล้วคุณจะได้รู้ว่าธรรมชาตินั้นยิ่งใหญ่และสวยงามเพียงใด



ขอบคุณข้อมูลจาก
Vegus 168
ประเด็นข่าวสด

10
วิธีทำไข่ตุ๋นสุดเทพ เมนูไข่อร่อยง่าย

ไข่ตุ๋น ถือเป็นอีกหนึ่งเมนูไข่ที่หลาย ๆ คนชอบทำกันมาก เหตุผลหลัก ๆ คือ ทำง่ายนั่นเอง แต่ไข่ตุ๋นบนโลกใบนี้ก็มีหลากหลายสูตรให้เลือกหม่ำเสียเหลือเกิน วันนี้ กระปุกดอทคอม ก็เลยขอรวบรวมเมนูไข่ตุ๋นหลากหลายสไตล์ ที่มาพร้อมสูตรและวิธีทำไข่ตุ๋นเด็ด ๆ มาเสิร์ฟตรงหน้าคุณ ถ้าพร้อมกันแล้ว ก็ตามมาดูวิธีทำไข่ตุ๋นให้อร่อยตามสไตล์ที่เป็นคุณกันทางนี้เลยจ้า



หมายเหตุ : ไข่ตุ๋น 1 ฟอง ให้พลังงานโดยประมาณ 75 กิโลแคลอรี่

1. ไข่ตุ๋นต้มยำน้ำข้น
         ไข่ตุ๋นต้มยำน้ำข้นเพิ่มความแซ่บเปรี้ยวจี๊ดให้กับไข่ตุ๋นเดิม ๆ รสชาติเด็ดโดนใจ (พลังงานต่อหนึ่งหน่วยบริโภค 432.83 กิโลแคลอรี, โปรตีน 37.86 กรัม, ไขมัน 17.41 กรัม, คาร์โบไฮเดรต 29.54 กรัม, ไฟเบอร์ 1.94 กรัม)



ส่วนผสมไข่ตุ๋น
     • ไข่ไก่เบอร์ 0 จำนวน 2 ฟอง
     • น้ำสต๊อกไก่ 1/2 ถ้วย
     • น้ำปลา 1 ช้อนชา

ส่วนผสม ต้มยำ
     • กุ้งทะเลตัวเล็กแกะเปลือก 10 ตัว
     • เห็ดออรินจิหั่นชิ้นเล็ก 10 ชิ้น
     • ข่าซอยบุบ 4 แว่น
     • ตะไคร้บุบตัวเป็นท่อน 5 ต้น
     • หอมเล็กบุบ 5 หัว
     • ใบมะกรูดฉีก 5 ใบ
     • รากผักชีซอย 5 ราก
     • น้ำพริกเผา 2 ช้อนโต๊ะ
     • น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
     • น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ
     • น้ำตาลทราย 1/4 ช้อนชา
     • นมสด 1 ถ้วย
     • น้ำสต๊อกไก่ 2 ถ้วย
     • หัวกุ้งและเปลือกกุ้งที่แกะได้ทั้งหมด
     • ผักชีซอยเล็กน้อย และพริกขี้หนูสดบุบตามชอบ

วิธีทำไข่ตุ๋นต้มยำ
          • ผสมไข่ น้ำสต๊อก และน้ำปลา ตีผสมเข้ากันดี กรองด้วยผ้าขาวบาง เทใส่ถ้วยกระเบื้องใบสูงประมาณ 1/3 ถ้วย ปิดด้วยแผ่นอะลูมิเนียมฟอยล์ เตรียมไว้
          • เติมน้ำใส่ลังถึง ยกขึ้นตั้งไฟรอให้เดือด ใส่ถ้วยไข่ลงนึ่ง โดยลดไฟอ่อนที่สุด นึ่งประมาณ 30-45 นาทีจนไข่สุก
          • ระหว่างรอไข่ตุ๋นสุก ต้มน้ำสต๊อกให้เดือด ใส่เปลือกและหัวกุ้งลงไปต้มสักพัก นำมากรองเอาแต่น้ำ นำขึ้นตั้งไฟ ใส่ข่า ตะไคร้ หอมเล็ก นมสด พอน้ำซุปเดือดใส่กุ้ง และใบมะกรูดฉีก พอกุ้งสุกดี ปิดไฟ ปรุงรสโดยผสมน้ำพริกเผา น้ำมะนาว และน้ำปลา คนให้เข้ากันแล้วใส่ลงในหม้อแกง ตามด้วยพริกขี้หนูสดบุบพอแตก โรยรากผักชีซอย และต้นผักชี คนแค่พอเข้ากัน เตรียมไว้
          • เมื่อไข่ตุ๋นสุกตักน้ำต้มยำใส่ลงไปพร้อมกุ้ง ตกแต่งด้วยผักชี พร้อมเสิร์ฟ

2. ไข่ตุ๋นไมโครเวฟ
         ไข่ตุ๋นไมโครเวฟ เมนูไข่สุดง่ายที่หลายคนไม่เชื่อว่าทำง่ายอย่างที่คิด เพราะการทำอาหารด้วยไมโครเวฟ ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเสมอไป ลองมาดูวิธีทำไข่ตุ๋นสูตรนี้แล้วจะรู้ว่าทำง่ายกินได้จริงเป็นอย่างไร



สิ่งที่ต้องเตรียม
          • ไข่ไก่ 1 ฟอง
          • น้ำเปล่า 1/4 ถ้วย
          • กุ้งลวกสุก 2 ตัว
          • น้ำปลา 3 ช้อนชา
          • ต้นหอมซอย

วิธีทำไข่ตุ๋นไมโครเวฟ
          • ตอกไข่ไก่ใส่ถ้วยแล้วตีพอแตก
          • ใส่น้ำเปล่าและน้ำปลาลงไปตีผสมให้เข้ากันเป็นเนื้อเนียน
          • นำเข้าไมโครเวฟ ใช้โหมดละลายน้ำแข็ง ตั้งเวลาไว้ 7 นาที
          • นำออกจากเตา แต่งด้วยกุ้งลวกให้สวยงาม โรยต้นหอมซอย พร้อมเสิร์ฟ

3. ไข่ตุ๋นหมูสับกุ้งไมโครเวฟ
          ไข่ตุ๋นหมูสับกุ้ง เมนูไมโครเวฟสุดง่าย เหมาะกับยามเช้าที่เร่งรีบ เนื้อนุ่มเครื่องแน่น แค่ถ้วยเดียวก็อิ่มท้อง สูตรจาก เฟซบุ๊ก ทำอาหารในแบบง่าย ๆ ตามสไตล์ Rita



ส่วนผสม ไข่ตุ๋นหมูสับกุ้ง

          • หมูสับ 80 กรัม
          • ไข่ไก่ (เบอร์ 1) 2 ฟอง
          • น้ำเปล่า 2/3 ถ้วยตวง
          • ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ + 1/2 ช้อนโต๊ะ
          • พริกไทยนิดหน่อย
          • กุ้งต้มแช่แข็ง 4-5 ตัว
          • ต้นหอมซอย นิดหน่อย

หมายเหตุ

          • ​สามารถใช้น้ำปลาแทนซีอิ๊วขาวได้ค่ะ
          • ​ใส่อย่างอื่นนอกเหนือจากหมูสับหรือกุ้งได้ตามใจชอบเลยนะคะ

วิธีทำไข่ตุ๋นหมูสับกุ้ง (เราใช้ไฟแรง 300 วัตต์ค่ะ)

          • 1. ใส่หมูสับลงในภาชนะ
          • 2. ตอกไข่ใส่ถ้วยอีกใบ คน ๆ อย่าให้มีฟอง จากนั้นก็เติมน้ำเปล่าลงไป ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาวกับพริกไทย
          • 3. นำกระชอนวางบนภาชนะที่ใส่หมูสับ แล้วเทไข่ที่ปรุงรสแล้วใส่ลงไปเบา ๆ อย่าให้เกิดฟอง จากนั้นปิดฝา แล้วนำเข้าไมโครเวฟ 8 นาที
          • 4. พอครบ 8 นาที ให้นำออกมาแล้ววางกุ้งด้านบน นำเข้าไมโครเวฟต่ออีก 2 นาที นำออกมาโรยด้วยต้นหอมซอย เป็นอันเสร็จ (ถ้าใช้กุ้งสดก็แกะเปลือกออกแล้ววางทั้งบนไข่ทั้งดิบ ๆ แล้วปิดฝา นำเข้าไมโครเวฟในขั้นตอนนี้ได้เลยค่ะ)

           หมายเหตุ : ที่ให้คนเบา ๆ และกรองด้วยกระชอน เพื่อไม่ให้มีฟองอากาศค่ะ ไข่ตุ๋นที่ได้จะมีเนื้อเนียนไม่มีรูพรุน ถ้าใส่หมูสับเวลาทำไข่ตุ๋นน้ำซุปจะออกมาเยอะ ไม่อยากให้น้ำซุปเยอะ ก็นำเข้าไมโครเวฟทำให้หมูสุกก่อน แล้วยีหมูสุกใส่ลงในก้นถ้วยก่อนใส่ไข่ค่ะ

ขอบคุณข้อมูลจาก
Vegus 168
ประเด็นข่าวสด

11



   MG6 และ eMG6 2019 พร้อมชุดแต่งสีดำ Black Knight ถูกเผยโฉมที่งานมอเตอร์โชว์ครั้งใหญ่ของจีน ประกอบด้วย ไฟหน้ารมดำ, กระจังหน้าสีดำ, กันชนหน้า-หลังตกแต่งด้วยสีดำ, ขอบหน้าต่างประตูสีดำ, ฝาครอบกระจกมองข้างสีดำ และล้ออัลลอยสีดำ รวมถึงติดตั้งท่อไอเสียแบบสปอร์ตที่สามารถปรับระดับเสียงได้

     นอกจากนี้ MG6 และ eMG6 รุ่นปี 2019 มีการเพิ่มอุปกรณ์มาตรฐานหรู ได้แก่ เครื่องเสียงพรีเมียมจาก Bose, กล้องมองภาพรอบทิศทาง, ระบบควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง XDS และระบบควบคุมเสถียรภาพ ESC ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อยด้านขุมพลังของ MG6 2019 ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน BlueCore ความจุ 1.5 ลิตรเทอร์โบชาร์จ ให้กำลังสูงสุด 169 แรงม้า (HP) แรงบิดสูงสุด 250 นิวตัน-เมตร ขณะที่รุ่น eMG6 ถูกติดตั้งเครื่องยนต์ Plug-in Hybrid ทำงานคู่กันระหว่างเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.0 ลิตร และมอเตอร์ไฟฟ้า สามารถขับขี่ในโหมดไฟฟ้าได้ไกลถึง 53 กิโลเมตรเมื่อชาร์จเต็ม

ขอบคุณ ข้อมูลดีๆจาก
Vegus666 siamsportnews.net

12
เมนูกับวิธีการทำอาหารโดยใช้หม้อหุงข้าวแค่ใบเดียว

เวลาทำอาหารจะเหนื่อยกับการเก็บล้างหม้อ กระทะ และถ้วยเครื่องปรุงอีกมากมาย และยิ่งเมนูที่มีขั้นตอนหลายอย่าง เหนื่อยทำแล้วยังเหนื่อยที่จะเก็บ วันนี้มีไอเดียดีๆ ในการทำอาหารในโดยใช้หม้อหุงข้าวแค่ใบเดียว เหมาะกับคนที่อยู่คอนโดหรือหอที่มีพื้นที่จำกัด

ข้าวหน้าหมูเทอริยากิ



วัตถุดิบ

เนื้อหมู
ซอสเทอริยากิ
บรอกโคลี
แครอทหั่น
ข้าวญี่ปุ่น
งาขาว

ขั้นตอนการทำ

เอาหมูไปหมักซอส อยากให้รสชาติยังไงก็หมักตามนั้น หมัก 30 นาที
ให้ต้มหมูก่อนหุงข้าว ถ้าหุงข้าวก่อนแล้วค่อยต้มหมู เวลาจัดถ่ายรูปในหม้อจะไม่ค่อยสวย
เวลาซาวข้าว ข้าวญี่ปุ่นต้องซาว 4-5 รอบ ให้น้ำใสๆ ก่อนแล้วค่อยหุง
จัดเรียงอะไรตามนี้เลย เวลาโรยงาก็เลือกสีที่มันตัดๆ หน่อย งาดำโรยสีขาว จะได้เป็นคอนทราสต์ชิคๆ

สปาเก็ตตี้ซอสมะเขือเทศ



วัตถุดิบ
เส้นสปาเก็ตตี้
หมูสับ
ซอสมะเขือเทศ
มะเขือเทศ
ขั้นตอนการทำ

ต้มหมูสับในหม้อหุงข้าวก่อน
จากนั้นเอาหมูมาคลุกกับซอส หั่นมะเขือเทศแล้วก็คลุกรวมกัน
ต้มสปาเก็ตตี้ในหม้อ แล้วก็เอาน้ำออก จากนั้นโรยหมูที่คลุกซอส เสร็จแล้ว
โรยผักด้วยจะได้ถ่ายรูปสวยๆ

ข้าวมันไก่



วัตถุดิบ
อกไก่
แตงกวา
ข้าวหอม
น้ำจิ้มข้าวมันไก่
ขั้นตอนการทำ

เอาไก่กับข้าวลงไปหุงพร้อมกันเลย ใส่น้ำเยอะกว่าหุงข้าวปกตินิดหน่อย แนะนำให้จิ้มไก่ก่อนหุง จะได้สุกๆกำลังดี
อยากให้ข้าวมันๆ หน่อยก็ใส่มันเยอะๆ หรือใครขี้เกียจ จะมีผงสำเร็จรูปซองละไม่กี่บาท ซื้อมาแล้วก็โรยง่ายมาก
หุงเสร็จแล้วก็แนะนำให้เอาน้ำจิ้มราดบนข้าวเลย เวลาถ่ายรูปจะได้ออกมาดูมีความเป็นมืออาชีพ เสร็จแล้วใส่แตงกวา

ขอบคุณข้อมูลจาก
Vegus 168
ประเด็นข่าวสด

13
ซีดานชมเปาะดิอาซแจ๋วจริง



ซีเนดีน ซีดาน ผู้จัดการทีม เรอัล มาดริด ยอมรับดู บราฮิม ดิอาซ ที่เล่นก้าวหน้าพอสมควรในเกมที่เสมอกับ เคตาเฟ่โดยระบุ ดิอาซ เป็นนักเตะที่ไม่กลัวอะไรเลยด้วย ซีเนดีน ซีดาน เทรนเนอร์ เรอัล มาดริด กล่าวชม บราฮิม ดิอาซ มิดฟิลด์ชาวสแปนิชว่าทำผลงานได้น่าประทับใจ ในเกม ลา ลีกา สเปน นัดหมายที่ทีมของเขาเสมอกับ เคตาเฟ่ 0-0 ที่โคลิเซี่ยม อัลฟอนโซ่ เปเรซ
“ผมพึงพอใจกับความก้าวหน้าของเขา เขาทำผลงานได้เยี่ยมยอด เขาต้องการลงเล่น รวมทั้งผมก็ถูกใจนักฟุตบอลที่ไม่หวาดหวั่นอะไรทั้งหมดแบบเขา เขาเล่นได้ทั้งคู่เท้า และก็ยังวิ่งได้เร็วมากๆด้วย วันนี้เขาเล่นเจริญ แต่ว่าจำเป็นต้องโดนสลับตัวออกมาเพราะเหตุว่าเป็นตะคริว เขาเล่นก้าวหน้า รวมทั้งผมก็พึงพอใจกับฟอร์มของเขา ผมถูกใจกรรมวิธีเล่นของเขา มาดูกันเลยดีกว่าว่าฤดูหน้าเขาจะคืออะไร สิ่งจำเป็นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้” ซีดาน เจาะจง

สำหรับ ดิอาซ นั้น เคยอยู่กับอะคาเดมี่ของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มาก่อน และก็เคยได้เล่นให้กลุ่มชุดใหญ่ของ “เรือใบสีฟ้า” ด้วย ซึ่งตอนต้นมันก็ดูอย่างกับว่าเขาจะยังพอเพียงมีอนาคตกับยอดกลุ่มที่ถิ่น เอตำหนิฮัด สเตเดี้ยม แต่ว่าท้ายที่สุด โจเซป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีมฟุตบอล แมนฯ ซิตี้ ก็รั้งตัวหน้าแข้งวัย 19 ปีเอาไว้มิได้ โดย ดิอาซ ย้ายมาอยู่กับ เรอัล เมื่อตอนม.ค.ก่อนหน้าที่ผ่านมา ด้วยค่าจ้างที่เช้าใจกันว่าอยู่ที่ 15.5 ล้านปอนด์ (ราวๆ 635.5 ล้านบาท)

ขอบคุณ ข้อมูลดีๆจาก
vegus168
siamsportnews.net

14
เมนูอร่อยที่กินได้ทุกมื้อก็คือ ราดหน้าหมูคะน้า ที่หาทานอร่อยน้อยมาก อาจจะเจอบ้างร้านที่หมูจะไม่หมักหรือหมักไม่ถึงเครื่อง วันนี้มาบอกเคล็ดลับการทำราดหน้าให้อร่อยเหมือนนั่งกินอยู่เยาวราช พิถีพิถันกันตั้งแต่การหมักหมูจนถึงใส่แป้ง ไปดูส่วนผสมและวิธีทำกันเลยค่ะ

สูตร ราดหน้าหมูคะน้า วิธีทำแบบเซียนเหมือนเรียนมา

ส่วนผสม
ซอสหอยนางรม 3 ช้อนโต๊ะ
ซอสปรุงรส 2 ช้อนชา
ซีอิ๊วขาว 2 1/2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันงา 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา
แป้งมันสำปะหลัง 1 ช้อนโต๊ะ
พริกไทยป่น 2 ช้อนชา
น้ำเปล่า 1/4 ถ้วย
เนื้อหมูสันนอก 500 กรัม
ไข่ขาว 2 ฟอง
น้ำมันรำข้าว 1 ช้อนโต๊ะ
กระเทียมสับ 2 ช้อนโต๊ะ
เต้าเจี้ยว 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำเปล่า 1 ลิตร
ซอสหอยนางรม 2 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 3 ช้อนโต๊ะ
คะน้าฮ่องกง ตามชอบ
แป้งมันละลายน้ำ 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

1. หมักหมูก่อน โดยเลือกใช้หมูสันนอกหั่นเป็นชิ้นหมักด้วย ซอสหอยนางรม ซอสปรุงรส ซีอิ๊วขาว น้ำมันงา น้ำตาลทราย แป้งมันสำปะหลัง พริกไทยป่น น้ำเปล่า และ ไข่ขาว หมักทิ้งไว้ 2 ชั่วโมง

2. ผัดเส้นใหญ่กับซีอิ๊วดำใส่จานเตรียมไว้


3. ตั้งกระทะใส่น้ำมันรำข้าวลงไปผัดกับกระเทียมสับและเต้าเจี้ยวจนหอม เสร็จแล้วก็ใส่เนื้อหมูที่หมักลงไปผัดให้พอสุก


4. เติมน้ำเปล่าแล้วปรุงรสด้วยซอสหอยนางรม ซีอิ๊วขาว ซอสปรุงรส และ น้ำตาลทราย คนให้เข้ากัน


5. ใส่คะน้าตามลงไป เพิ่มความเหนียวด้วยแป้งมันละลายน้ำ ใส่แป้งและคนอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้แป้งจับตัวเป็นก้อน


6. ตักน้ำราดหน้าราดลงบนเส้นใหญ่ที่เราผัดเตรียมไว้

Vegus 168
ประเด็นข่าวสด

15
ใครยังไม่เคยมีโอกาสได้ไปงานบอลลูนที่ สิงห์ปาร์ค เชียงราย ในปีนี้ต้องบอกเลยว่าต้องรีบหน่อยแล้วเพราะงาน "สิงห์ปาร์ค เชียงราย อินเตอร์เนชั่นแนล บอลลูน เฟียสต้า 2019" ในปีนี้จัดได้ยิ่งใหญ่อลังการและเต็มไปด้วยความหวานละมุนโรแมนติกมากๆ โดยงานจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 13-17 กุมภาพันธ์ 2562 ซึ่งถึงตอนนี้ยังคงพอมีเวลาอีก 3 วันให้คู่รักและครอบครัวได้จูงมือไปเที่ยวพักผ่อนชมบอลลูนสวยๆ สูดอากาศบริสุทธิ์และดื่มด่ำกับธรรมชาติที่สิงห์ปาร์ค เชียงรายกัน


โดยตลอด 3 วันที่ผ่านมาของงานนี้มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติโดยเฉพาะคู่รักเดินทางมาร่วมงานกันเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะคู่รักที่มาฉลองเทศกาลวานเลนไทน์กันท่ามกลางบรรยากาศสุดโรแมนติก เรียกได้ว่างานนี้ได้เปลี่ยนเชียงรายให้กลายเป็นสีชมพูกันเลยทีเดียว และด้วยความที่เชียงรายนี้เป็นจังหวัดที่มีอากาศดีแทบจะทั้งปี มีลมหนาวพัดผ่านอยู่ตลอดเวลาด้วยบรรยากาศแบบนี้ทำให้เชียงรายถูกยกให้เป็น Romantic city  เมื่อประกอบกับบรรยากาศที่รายล้อมไปด้วยธรรมชาติภายในสิงห์ปาร์คด้วยแล้วยิ่งทำให้ความโรแมนติกนั้นยิ่งทวีคุณมากขึ้นไปอีก


สำหรับเทศกาลบอลลูนนี้ถือได้ว่าเป็นงานบอลลูนที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียนเลยทีเดียว บนเนื้อที่กว่า 8,700 ไร่ คุณจะได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศของเทศกาลบอลลูนแบบเต็มที่ มีการแข่งขันบอลลูนจากนานาชาติ ที่สร้างสีสันให้แก่ท้องฟ้าของเมืองเชียงรายได้อย่างสวยงาม ไปงานนี้รับรองว่าได้รูปภาพสวยๆ กลับไปเป็นความทรงจำแน่นอน ลองคิดภาพบรรยากาศว่าจะโรแมนติกแค่ไหนถ้าคุณได้นั่งจูงมือคนรักชมบอลลูนบนท้องฟ้าหลากหลายสีสันท่ามกลางลมหนาว บอกเลยว่าใครมีแฟนต้องพาไป


ครที่กำลังลังเลอยู่ว่าจะไปเที่ยวงานนี้กันดีไหม? อย่ารอช้ารีบซื้อบัตรจองตั๋วและชวนคนรักไปสัมผัสกับความประทับใจที่หนึ่งปีจะมีเพียงครั้งเดียวแบบนี้ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงานบอลลูนที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ดื่มด่ำกับบรรยากาศสุดโรแมนติกที่จะสร้างความประทับใจให้แก่คุณ บนพื้นที่กว่า 8,700 ไร่ คุณจะได้บันทึกความทรงจำไว้อย่างไม่รู้ลืม

ขอบคุณข้อมูลจาก
Vegus 168
ประเด็นข่าวสด

หน้า: [1] 2