ผู้เขียน หัวข้อ: วิตามินบีรวม หลากคุณประโยชน์ในหนึ่งเดียว  (อ่าน 10 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

03-12-2019 , 04:39:37
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 6834
    • ดูรายละเอียด

วิตามินบีรวมเป็นวิตามินที่ประกอบไปด้วยวิตามินบีหลายชนิด ซึ่งใช้เพื่อบำรุงสุขภาพและฟื้นฟูร่างกาย แม้ว่าปกติร่างกายจะได้รับวิตามินบีจากการรับประทานอาหารอยู่แล้ว แต่ในบางครั้งก็อาจไม่เพียงพอกับที่ร่างกายต้องการ
อีกทั้งวิถีชีวิตที่เร่งรีบในปัจจุบัน
ร่างกายจึงอาจขาดวิตามินและส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมาได้
 ดังนั้น ผลิตภัณฑ์วิตามินบีรวมอาจเข้ามามีส่วนช่วยให้ร่างกายได้รับวิตามินบีอย่างเพียงพอ
วิตามินบีเป็นสารอาหารที่ช่วยบำรุงร่างกายและระบบประสาท โดยจัดเป็นวิตามินที่ละลายในน้ำได้ดีและมักไม่สะสมภายในร่างกาย
คนเราจึงจำเป็นต้องได้วิตาบินบีอย่างเพียงพอในทุก ๆ วัน เพื่อสุขภาพที่ดี ในปัจจุบันมีการนำวิตามินบีชนิดต่าง ๆ มารวมอยู่ในเม็ดเดียวกันหรือที่รู้จักกันดีว่าเป็นวิตามินบีรวม ซึ่งง่ายต่อการรับประทาน และแต่ละชนิดก็มีคุณประโยชน์ที่แตกต่างกันไป
หากอยากทราบว่าวิตามินตัวไหนช่วยอะไรได้บ้าง สามารถติดตามได้จากบทความนี้
ในวิตามินบีรวม 1 เม็ดมีอะไรบ้าง ?วิตามินบีรวมที่พบบ่อยเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีวิตามินบีตั้งแต่ 3 ชนิดขึ้นไปเป็นส่วนประกอบ
และในบางผลิตภัณฑ์ก็อาจมีส่วนประกอบของวิตามินบีถึง 8 ชนิด ดังนี้
  • วิตามินบี 1

วิตามินบี 1 มีอีกชื่อว่าไธอามีน (Thiamine) จะมีหน้าที่ในกระบวนการสร้างพลังงานจากสารอาหารในร่างกาย
อีกทั้งอาจช่วยให้สมองและระบบประสาททำงานได้ดีขึ้น โดยพบมากในข้าวกล้อง จมูกข้าวสาลี นมถั่วเหลือง ถั่ว งา เมล็ดทานตะวัน และเนื้อหมู [/b][/*]
  • วิตามินบี 2
    วิตามินบี 2 หรือไรโบฟลาวิน (Riboflavin) ช่วยในการเจริญเติบโตของร่างกาย
    สร้างพลังงานให้กับร่างกายจากกระบวนการย่อยอาหาร
    และอาจช่วยลดอาการปวดหัวไมเกรน ซึ่งไรโบฟลาวินนั้นพบมากในไข่ไก่ เนื้อวัว
    เครื่องในสัตว์ เห็ด ผักใบเขียวอย่างบรอกโคลีและผักโขม[/*]
  • วิตามินบี 3วิตามินบี 3 หรือไนอะซิน (Niacin)
    เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีส่วนชะลอการเสื่อมของร่างกาย
    เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของเอนไซม์ในร่างกาย เสริมการทำงานของสมอง โดยไนอะซินพบได้ในข้าวกล้อง ถั่วลิสง เนื้อไก่ ตับ ปลาทูน่า และปลาแซลมอน[/*]
  • วิตามินบี 5วิตามินบี 5 หรืออีกชื่อหนึ่ง คือ กรดแพนโทเทนิก (Pantothenic Acid)
    นอกจากจะช่วยในกระบวนการย่อยอาหารแล้ว ยังช่วยในการสร้างและสลายไขมัน
    เสริมสร้างการผลิตฮอร์โมน รวมทั้งช่วยบำรุงผม เล็บ
    และผิวให้สุขภาพดีขึ้นด้วย กรดแพนโททินิกพบได้ในข้าวกล้อง เมล็ดทานตะวัน
    เห็ด มันฝรั่ง บรอกโคลี อาหารทะเล เครื่องใน นม ไข่ และโยเกิร์ต[/*]
  • วิตามินบี 6วิตามินบี 6 หรือ ไพริดอกซีน (Pyridoxine)
    ช่วยในกระบวนการเมตาบอลิซึมในร่างกายเสริมสร้างการผลิตเม็ดเลือดแดง
    อีกทั้งยังกระตุ้นการสร้างสารสื่อประสาทและอาจช่วยปรับสมดุลทางอารมณ์ให้ดีขึ้น
     โดยวิตามินบี 6 พบมากในเครื่องในสัตว์ อกไก่ มันฝรั่ง กล้วย และถั่วลูกไก่[/*]
  • วิตามินบี 7วิตามินบี 7 หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ ไบโอติน (Biotin)
    จัดเป็นสารอาหารสำคัญที่มีส่วนในการบำรุงสุขภาพและร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นเล็บ
     เส้นผม ผิวหนัง ดวงตา และสมอง
    อีกทั้งยังมีส่วนช่วยในการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์
    ไบโอตินนั้นมักพบได้จากอาหารอย่างไข่แดง ตับ ไต  ถั่วลิสง อัลมอนด์
    ถั่วเหลือง ดอกกะหล่ำ หรือกล้วย[/*]
  • วิตามินบี 9วิตามินบี 9 หรือ โฟเลท (Folate) เป็นสารอาหารที่ขาดไม่ได้ในผู้ที่กำลังตั้งครรภ์
    เพราะโฟเลทมีส่วนช่วยในการเสริมสร้างพัฒนาการของทารกในครรภ์
    คุณแม่ที่ได้รับโฟเลทอย่างเพียงพออาจลดความเสี่ยงของความผิดปกติของทารกในระหว่างตั้งครรภ์
     สำหรับคนทั่วไปก็เป็นสารอาหารที่จำเป็นเช่นกัน
    เพราะช่วยเพิ่มการสร้างเม็ดเลือดแดงและเม็ดเลือดขาว
    จึงทำให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้ดีขึ้นและลดความเหนื่อยล้าจากภาวะโลหิตจาง
    โดยโฟเลทสามารถพบได้ในตับ ถั่ว ไข่ มะละกอ กล้วย อะโวคาโด
    ผักใบเขียวอย่างผักปวยเล้งและบรอกโคลี[/*]
  • วิตามินบี 12วิตามินบี 12 หรือโคบาลามีน (Cobalamin)
    มีส่วนช่วยในการลดความเสี่ยงด้านปัญหาสุขภาพต่าง ๆ เช่น ภาวะเลือดจาง
    ภาวะผิดปกติระหว่างตั้งครรภ์ โรคสมองเสื่อม และภาวะผิดปกติทางอารมณ์
    โดยโคบาลามีนนั้นมีส่วนช่วยในการสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง
    อีกทั้งยังทำปฏิกิริยากับสารสื่อประสาทที่มีผลต่ออารมณ์ในทางที่ดีขึ้น
    โดยพบได้มากในอาหารประเภทไข่ เนื้อสัตว์ ตับ ปลา นม โยเกิร์ต หรือชีส[/*]
ดังนั้น วิตามินบีรวมจึงถือเป็นการรวมเอาประโยชน์ของสารอาหารเหล่านี้เข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วนในแต่ละวัน
 
ส่งผลให้ร่างกายและระบบประสาทสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้
 บางผลิตภัณฑ์ยังมีการนำวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์อื่น ๆ อย่างวิตามินซี แคลเซียม แมกนีเซียม และสังกะสี มาผสานเข้ากับวิตามินบีรวม เพื่อเสริมประสิทธิภาพในการดูดซึมสารอาหารต่าง ๆ เข้าสู่ร่างกายหรือเสริมสุขภาพในด้านอื่นเพิ่มเติม
วิตามินบีรวมในปัจจุบันผลิตภัณฑ์มีอยู่หลายรูปแบบ เพื่อช่วยเพิ่มความสะดวกในการรับประทาน
โดยแต่ละแบบอาจส่งผลต่อการดูดซึมและประสิทธิภาพในการนำไปใช้ประโยชน์ในร่างกายต่างกัน
 ซึ่งรูปแบบของวิตามินบีรวมที่นิยมรับประทาน เช่น
  • ชนิดเม็ดหรือแคปซูล
  • [/b]วิตามินบีรวมแบบนี้ต้องใช้เวลาในการย่อย โดยตัวยาถูกปลดปล่อยออกมาอย่างสม่ำเสมอ จึงอาจช่วยให้สารอาหารนั้น ๆ
    อยู่ในร่างกายได้นานขึ้น แต่อาหารที่รับประทานร่วมอาจรบกวนการดูดซึมได้
    รวมทั้งอาจมีกลิ่นหรือรสชาติที่ทำให้ไม่น่ารับประทาน
    และผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับการกลืนอย่างผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยก็อาจรับประทานได้ยาก[/*]
  • ชนิดเม็ดฟู่
  • [/b]เป็นวิตามินในรูปแบบที่ควรนำไปละลายในน้ำเปล่าก่อนรับประทาน โดยมีข้อดี
    คือ ร่างกายสามารถดูดซึมได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง
     สำหรับผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับการกลืนยาก็สามารถรับประทานได้ง่าย
    อีกทั้งยังมีกลิ่นหรือรสชาติที่ง่ายต่อการรับประทาน อย่างไรก็ตาม
    ควรรอให้ฟองฟู่ลดลงก่อนรับประทาน
    เพื่อป้องกันอาการแน่นท้องจากฟองในภายหลัง [/*]
วิตามินบีรวม ใช้อย่างไรให้ปลอดภัย ?โดยปกติแล้ว วิตามินบีที่ร่างกายได้รับจากอาหารหรือวิตามินบีรวมที่มีแพทย์หรือเภสัชกรเป็นผู้สั่งจ่ายมักมีความปลอดภัย
 
สำหรับผู้ที่ซื้อวิตามินมารับประทานเองควรใช้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์และเภสัชกร โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงอย่างผู้ที่มีโรคประจำตัว
 ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ วางแผนที่จะตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร
เพราะบางผลิตภัณฑ์ที่วางจำหน่ายนั้นอาจมีส่วนผสมอื่น ๆ
ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ 
ผลข้างเคียงของการใช้วิตามินบีรวมที่พบได้ทั่วไป คือ ปัสสาวะมีสีเหลืองเข้มและสว่างขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากการขับวิตามินส่วนเกินออก
 แต่ไม่ใช่ผลเคียงที่เป็นอันตราย นอกจากนี้
การบริโภควิตามินบีมากเกินความจำเป็นก็อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียง เช่น
อาเจียน ผื่นขึ้น เวียนศีรษะ หรือตับอักเสบ เป็นต้น
จึงควรใช้ในปริมาณที่แพทย์หรือเภสัชกรกำหนดเท่านั้น
รวมถึงควรเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีความน่าเชื่อถือและปลอดภัย
อย่างไรก็ตาม การใช้วิตามินเป็นเพียงหนึ่งในหลายวิธีที่จะช่วยบำรุงร่างกาย
และไม่สามารถใช้เป็นการรักษาหลักหรือป้องกันโรคได้ ดังนั้น
หากมีโรคประจำตัวควรใช้วิตามินดังกล่าวหลังจากปรึกษาแพทย์และเภสัชกรแล้ว รวมทั้งดูแลตนเองในรูปแบบอื่น
 เพื่อสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรงและดำเนินชีวิตอย่างมีคุณภาพ เช่น
รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ
ลดการดื่มแอลกอฮอล์ และงดสูบบุหรี่ เป็นต้น

ที่มา pobpad.com/วิตามินบีรวม-หลากคุณประ